วันนี้ (9 มิ.ย.2569) สภาองค์กรของผู้บริโภค ทั้งคณะอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายหน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพฯ องค์กรสมาชิกสภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอแนะข้อเสนอนโยบายต่อ "ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม." ทุกคน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างจริงจัง
และประกาศนโยบายที่ชัดเจนต่อประชาชนว่า กรุงเทพฯ จะไม่เป็นเพียงหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลเฉพาะงานส่งเสริมสุขภาพหรือบริการบางส่วนตามศักยภาพกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ต้องก้าวขึ้นมาเป็น "เจ้าภาพหลัก" ในการบริหารจัดการ ประสาน และบูรณาการระบบบริการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งระบบ
สภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนด้านสุขภาพมากที่สุดของประเทศ มีประชากรที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ประมาณ 3.57 ล้านคน สิทธิประกันสังคมประมาณ 6,270,000 ล้านคน และผู้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการอีกประมาณ 460,000-500,000 คน เมื่อรวมประชากรแฝงที่เข้ามาอยู่อาศัย ทำงานและใช้บริการสุขภาพในพื้นที่ ทำให้กรุงเทพฯต้องรองรับประชากรรวมประมาณ 8 ล้านคน
ขณะเดียวกัน ประชาชนในกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพเดียวกัน แต่กระจายอยู่ในหลายระบบ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ซึ่งแต่ละระบบมีกลไกบริหารจัดการ งบประมาณ และเงื่อนไขการเข้ารับบริการที่แตกต่างกัน และแม้กรุงเทพฯ จะมีหน่วยบริการสุขภาพจำนวนมาก แต่ยังขาดการเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกันอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดปัญหาการเข้าถึงบริการ การส่งต่อผู้ป่วย ความแออัดของโรงพยาบาลใหญ่ และความไม่ต่อเนื่องในการรักษา
สภาองค์กรของผู้บริโภค มองว่า ต้องมีการปฏิรูประบบเชิงโครงสร้าง โดย ผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไปต้องมีบทบาทนำใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การเชื่อมโยงหน่วยบริการทุกระดับและทุกสิทธิการรักษาให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และ 2.การปรับกลไกงบประมาณด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของเมืองใหญ่
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน ประกาศนโยบายด้านสุขภาพที่เป็นรูปธรรมอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่
1.กรุงเทพฯ ต้องเป็น "เจ้าภาพหลัก" ในการขับเคลื่อนเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ให้เพียงพอและเชื่อมโยงกันจริง โดยกำหนดให้ ผู้ว่าฯ กทม. โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และหน่วยบริการอื่น ๆ ทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายระดับพื้นที่ มีการกำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยบริการอย่างชัดเจน มีเส้นทางการส่งต่อที่ประชาชนเข้าใจง่าย และมีคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ที่สามารถบริหารจัดการบริการและงบประมาณร่วมกันได้
2.ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ให้เป็นรากฐานของระบบสุขภาพเมืองอย่างแท้จริง ศูนย์บริการสาธารณสุขไม่ควรถูกจำกัดบทบาทเป็นเพียงคลินิกขนาดเล็ก แต่ควรได้รับการเพิ่มกำลังคน งบประมาณ เครื่องมือ ระบบข้อมูล และขีดความสามารถในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทั่วไปและโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ควรพิจารณายกระดับ ศูนย์บริการสาธารณสุข บางแห่งให้สามารถรองรับบริการระดับทุติยภูมิแบบผู้ป่วยนอก เพื่อลดภาระโรงพยาบาลใหญ่ และทำให้ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้านมากขึ้น
3.เข้าร่วมบริหารจัดการงบประมาณด้านบริการสุขภาพร่วมกับ 3 กองทุน เพื่อให้เกิดความเพียงพอของงบประมาณ ศึกษาและขับเคลื่อนมาตรการเพิ่มรายได้ด้านสุขภาพของเมืองอย่างจริงจัง กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีต้นทุนบริการสุขภาพสูง แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและช่องว่างทางกฎหมายบางประการที่ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บรายได้บางประเภทได้เทียบเท่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอให้มีการศึกษาแนวทางรายได้ใหม่ เช่น ภาษีบุหรี่ ภาษีสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการทางการคลังอื่นที่เหมาะสม เพื่อนำมาสมทบการลงทุนด้านสุขภาพของกรุงเทพมหานครในระยะยาว โดยต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการใช้เงินเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
4.สร้างระบบฐานข้อมูลสุขภาพกลางของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ข้อมูลการรักษา การส่งต่อ และการติดตามผู้ป่วยสามารถเชื่อมโยงกันได้ระหว่างศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาล และหน่วยบริการต่างๆ ระบบข้อมูลสุขภาพกลางจะช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดภาระประชาชนที่ต้องเล่าประวัติซ้ำทุกครั้ง ลดความเสี่ยงจากข้อมูลขาดตอน และทำให้ผู้บริหารเมืองสามารถใช้ข้อมูลจริงในการวางแผนบริการสุขภาพระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า นโยบายสุขภาพของกรุงเทพมหานคร ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงนโยบายเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยแต่เป็นนโยบายคุณภาพชีวิตของคนทั้ง กทม. เพราะทุกคนมีโอกาสเจ็บป่วย ทุกครอบครัวอาจต้องพึ่งพาระบบบริการสุขภาพ และทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบส่งต่อ งบประมาณ หรือความแออัดของโรงพยาบาล ล้วนส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
การเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ จึงไม่ควรมีเพียงนโยบายด้านการเดินทาง สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย หรือเศรษฐกิจเมืองเท่านั้น แต่ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามสำคัญว่า ผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไปจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้จริง ไม่ถูกปฏิเสธ ไม่ถูกส่งต่ออย่างล่าช้า ไม่ต้องรอคิวเกินสมควร และไม่ถูกทิ้งไว้ท่ามกลางระบบที่ซับซ้อนจนเกินกว่าประชาชนทั่วไปจะเข้าใจและต่อสู้ด้วยตนเองได้
อ่านข่าว :
"อดีตแม่ทัพกุ้ง" อุปสมบท ได้รับฉายา "พระบุญสิน โชติปัญโญ"
"จักรเศวต" พืชชนิดใหม่ของโลก ถูกพบเพิ่มที่ "ภูเรือ" ผืนป่าเมืองเลย
"จิสด้า" วิเคราะห์ "เกาะวงกลมลึกลับ" ปทุมฯ ฝีมือมนุษย์-ธรรมชาติ?

