วันนี้ (9 มิ.ย.2569) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นำหลักฐานเอกสาร ซึ่งเป็นรายละเอียดข้อพิพาทวัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.เลย บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมกว่า 754 ไร่ ยื่นให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า เมื่อปี 2545 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 ได้เข้าตรวจสอบวัดชื่อดังใน จ.เลย ซึ่งมีที่ดินที่ได้รับการจัดตั้งเป็นวัด 45 ไร่ นอกจากนั้น 700 กว่าไร่ เป็นที่ดินป่าไม้ และ สปก. โดยได้ฟ้องร้องดำเนินคดีวัดดัง เจ้าอาวาส และไวยาวัจกร จนกระทั่งศาลมีคำพิพากษา ว่า วัดและบุคคลต่าง ๆ บุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูค้อและป่าภูกระแต พื้นที่ 411 ไร่เศษ และพื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) 342 ไร่ และสร้างสิ่งปลูกสร้าง 1,319 หลัง พระและสามเณร รวม 166 รูป แม่ชี 216 คน ฆราวาส 358 คน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
มีทั้งพระไทย พระญวน พระจีนอยู่ในที่นั้น ปัญหาคือ บุกรุกที่ป่าสงวนฯ สปก. และต้องตรวจสอบด้วยว่า ผู้ที่เข้ามาเป็นคนต่างชาติ พบว่าสร้างสิ่งปลูกสร้าง 1,319 หลัง กระจายทั่วเขตป่า การอยู่จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ได้มีการสู้คดีกัน จนกระทั่งปี 2560 มีคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งให้วัดดังกล่าวรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขับไล่กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันบุกรุกออกจากพื้นที่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการ และจากการตรวจสอบพบว่า ในวัดมีพระสงฆ์ แม่ชี และชาวต่างชาติ อาศัยอยู่กว่า 100 คน
ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม กล่าวว่า ในปี 2561 เจ้าหน้าที่ สปก.ได้ออกสารสิทธิให้บุคคลในพื้นที่ 6 คน พื้นที่ 7 แปลง 217 ไร่ โดยผิดกฎหมาย ต่อมาปี 2569 สปก.ชุดใหม่ ได้เพิกถอนพื้นที่นี้ แต่พระรูปหนึ่งที่อ้างว่า เป็นเจ้าอาวาสวัดร้าง ได้ยื่นคำร้องรื้อคดี รวมทั้งขอใช้อำนาจพิเศษ แต่ศาลยกฟ้อง
การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ สปก. เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย ออกหนังสือรับรองสภาพของวัด ทั้งที่มีสภาพเป็นป่าช้า และเจ้าอาวาสวัดที่สมอ้าง กระบวนการเหล่านี้ผิดมาตรา 157
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ศาลจังหวัดเลย มีคำสั่งว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิพาทตามคำพิพากษาศาลฎีกา ประกอบกับคดีหลักถึงที่สุด โดยที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนฯ จึงยกคำร้องและให้บังคับคดีตามคำพิพากษา หรือหมายความว่า ขณะนี้วัดดัง จ.เลย ไม่มีอะไรคุ้มครอง
การบังคับคดีมีอายุ 10 ปี จึงต้องการให้เร่งดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมากรมป่าไม้ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่เมื่อจะเข้าพื้นที่ก็มีมวลชนมาต่อต้าน
สำหรับวัดแห่งนี้ ทางจังหวัดเลย โดยนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เคยเข้าไปตรวจสอบและมีคำสั่งดำเนินการให้ตำรวจในพื้นที่ ตรวจสอบชาวต่างชาติในวัด และให้สำนักงานบังคับคดี บังคับใช้ข้อกฎหมายตามคำสั่งศาลมาแล้ว
ทั้งนี้ ภายหลังยื่นหนังสือที่ บก.ปปป. นายอนันต์ชัย ได้เดินทางไปร้องเรียนที่กรมป่าไม้ ให้เข้าดำเนินการอีกทาง
อ่านข่าว :
ปธ.กกต.เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ










