โรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำ ตั้งเป้า 1 ล้าน กก. ลดการระบาด

สิ่งแวดล้อม
18:23
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
โรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำ ตั้งเป้า 1 ล้าน กก. ลดการระบาด
สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำยังน่าเป็นห่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนครศรีธรรมราชและสมุทรสาคร ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและระบบนิเวศ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งกำจัดและเปิดช่องทางรับซื้อปลาเพื่อนำไปแปรรูปเป็นปลาป่น หวังลดจำนวนปลาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (10 มิ.ย.2569) ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นใน 2 พื้นที่หลัก โดยที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พบการลักลอบแพร่กระจายและเจริญเติบโตของปลาชนิดนี้อย่างหนาแน่น ทั้งในลำคลองสายย่อยและแหล่งน้ำหลักอย่างแม่น้ำปากพนัง ขณะที่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และ จังหวัดใกล้เคียง ปัญหานี้ยังคงส่งผลกระทบในวงกว้าง จนส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

โดยโรงงานผลิตปลาป่นในพื้นที่ เปิดมาตรการรับซื้อปลาหมอคางดำจากเกษตรกร เพื่อนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยตั้งเป้าหมายการรับซื้อไว้สูงถึง 1,000,000 กิโลกรัม ซึ่งในปัจจุบันสามารถดำเนินการรับซื้อไปได้แล้วมากกว่า 400,000 กิโลกรัม โดยมีแหล่งที่มาจากหลายจังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และเพชรบุรี

จากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทางเศรษฐกิจ พบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่ ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยปลาหมอคางดำได้เล็ดลอดเข้ามาแพร่พันธุ์ภายในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำระบบปิดจำนวน 4 บ่อ และเข้าทำลายระบบนิเวศด้วยการกัดกินลูกปลากะพง ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจจนหมดสิ้น ส่งผลให้เมื่อเกษตรกรทำการสูบน้ำและวิดบ่อเพื่อจับสัตว์น้ำ กลับพบเพียงปลาหมอคางดำเป็นจำนวนมาก

ในวันนี้เกษตรกรรวบรวมปลาหมอคางดำน้ำหนักกว่า 2 ตัน (2,000 กิโลกรัม) มาจำหน่ายให้แก่โรงงานแปรรูปของ นายปรีชา ศิริแสงอารำพี ในราคากิโลกรัมละ 10 บาท เกษตรกรสะท้อนว่ารายได้ดังกล่าวไม่คุ้มค่ากับความเสียหายของปลากะพงที่สูญเสียไป

ด้านโรงงานยืนยันว่า มีความพร้อมและศักยภาพในการรองรับ เพื่อแปรรูปปลาหมอคางดำได้สูงถึงวันละ 150,000 กิโลกรัม โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและปริมาณขั้นต่ำ

ทางด้าน นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร เข้าติดตามตรวจสอบกระบวนการแปรรูปปลาป่น ซึ่งมีขั้นตอนตั้งแต่การบด การต้มสุก และการอบแห้ง พร้อมระบุว่าสถานการณ์ภาพรวมใน จ.สมุทรสาคร เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยจากการสำรวจล่าสุดในลำคลองหลัก 10 สาย ปริมาณความหนาแน่นของปลาหมอคางดำ ลดระดับลงจากพื้นที่สีแดงมาอยู่ที่ระดับปานกลาง

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐยังคงต้องดำเนินการกำจัดอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาด เนื่องจากข้อเท็จจริงทางชีววิทยาพบว่า ปลาหมอคางดำมีอัตราการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วอย่างยิ่ง โดยสามารถวางไข่และออกลูกได้ในทุก ๆ 22 วัน ครั้งละประมาณ 200 - 300 ตัว ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมาก

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมมือกับภาคประชาชนและ นายโกศล ปัญจระ ตัวแทนชาวบ้าน ต.ท่าพญา นำภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์ใช้ในการกำจัดปลาหมอคางดำ ณ บริเวณอาคารบ่อบำบัดน้ำเค็มของกรมประมง อ.ปากพนัง ซึ่งเป็นพื้นที่ทิ้งร้างมานานกว่า 20 ปี เนื้อที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร

เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเทสารละลายจากกากชาลงไปในบ่อบำบัด เพื่อให้สารดังกล่าวทำปฏิกิริยารบกวนระบบทางเดินหายใจบริเวณเหงือกปลา ทำให้ปลาไม่สามารถดูดซับออกซิเจนได้ ควบคู่กับการวางโพงพางสกัดกั้นทางออกน้ำทั้ง 3 ช่องทาง ส่งผลให้สามารถจัดเก็บปลาหมอคางดำขึ้นมาได้จำนวนกว่า 2 ตัน ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที

ทั้งนี้ ทางประมงจังหวัดยอมรับว่าการดำเนินงานโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ทั้งหมด จำเป็นต้องอาศัยกลไกความร่วมมือจากภาคประชาสังคมอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้นในแผนระยะยาว

ทางกรมประมง ระบุว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเทคโนโลยีการควบคุมประชากรปลาด้วยกระแสไฟฟ้าช็อต ซึ่งยังคงต้องผ่านการทดสอบและควบคุม โดยผู้เชี่ยวชาญอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของระบบนิเวศโดยรอบ

อ่านข่าวอื่น :

ไทย-ลาว ยกระดับร่วมมือทวิภาคี เดินหน้าล้างบางเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

ป.ป.ส. ลุยขยายผล "หนูเฉิน" เชื่อมโยงสามเหลี่ยมทองคำ-ประเทศที่สาม

สรุปราคาทองคำ 10 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดร่วงหนัก -2,450 บาท ผันผวน 38 ครั้ง