วันนี้ (14 มิ.ย.2569) นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรในช่วงสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน พื้นที่อ่าวไทยตอนใน (อ่าวไทยรูปตัว ก) ประจำปี 2569 เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำให้มีโอกาสได้สืบพันธุ์วางไข่ และสามารถเจริญเติบโตให้เกิดความสมดุลกับการใช้ประโยชน์
ปิดอ่าวไทยรูปตัว ก 2 ช่วง เริ่ม 15 มิ.ย.
ช่วงที่ 1 : ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-15 ส.ค. 2569 ในพื้นที่จับสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันตก พื้นที่บางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร โดยเริ่มจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสิ้นสุดที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,350 ตารางกิโลเมตร
ช่วงที่ 2 : ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ก.ย. 2569 ในพื้นที่จับสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทยตอนในด้านเหนือพื้นที่บางส่วนของ จ.สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี โดยเริ่มจาก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และสิ้นสุดที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,650 ตารางกิโลเมตร
ผลประเมินชี้มาตรการได้ผล อัตราจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น
มาตรการดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องทุกปีเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ และผลประเมินทางวิชาการปี 2568 พบว่า พื้นที่อ่าวไทยตอนในพบการแพร่กระจายของสัตว์น้ำวัยอ่อนทั้งในช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 ของมาตรการ นอกจากนี้อัตราการจับสัตว์น้ำจากเรือสำรวจประมง 2 ยังพบว่าทั้งช่วงที่ 1 และ 2 ในระหว่างมาตรการและหลังมาตรการ มีอัตราการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น
และเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนมาตรการ โดยช่วงที่ 1 อัตราการจับหลังมาตรการเพิ่มขึ้นเป็น 2,036.17 กิโลกรัม/วัน จากเดิมก่อนมาตรการอยู่ที่ 1,500.00 กิโลกรัม/วัน (เพิ่มขึ้น 1.35 เท่า) ขณะที่ช่วงที่ 2 อัตราการจับหลังมาตรการเพิ่มขึ้นเป็น 1,451.85 กิโลกรัม/วัน จากเดิมก่อนมาตรการอยู่ที่ 950.00 กิโลกรัม/วัน (เพิ่มขึ้น 1.52 เท่า) โดยชนิดสัตว์น้ำที่จับได้เป็นกลุ่มปลาผิวน้ำเศรษฐกิจ เช่น ปลาทู ปลาสีกุนเขียว ปลาสีกุนบั้ง
สำหรับ "ปลาทู" สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญในอ่าวไทย พบว่า หลังมาตรการปิดอ่าวไทยตอนกลางบริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปลาทูที่จับได้เป็นปลาทูขนาดความยาว 13 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในช่วงการเคลื่อนที่เข้าเขตพื้นที่ปิดอ่าวไทยตอนใน โดยกลุ่มปลาทูเหล่านี้มีการเจริญเติบโตเป็นปลาทูสาว (ความยาวขนาด 13 – 22 เซนติเมตร)
นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากสถิติปริมาณการจับปลาทูในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน ปีที่ผ่านมา พบปริมาณการจับเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากข้อมูลปริมาณผลผลิตจากการทำการประมงบริเวณอ่าวไทยตอนใน ที่เปรียบเทียบระหว่าง ปี 2567 และปี 2568 พบว่าในปี 2567 มีปริมาณผลผลิตปลาทูจากการทำการประมงอวนล้อมจับ 1,401 ตัน และปี 2568 มีปริมาณผลผลิตปลาทูจากการทำการประมงอวนล้อมจับ 1,761 ตัน เพิ่มขึ้น 360 ตันหรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 25.69
อธิบดีกรมประมง ระบุว่า จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่าการดำเนินมาตรการปิดอ่าวไทยตอนใน (อ่าวไทยรูปตัว ก) มีประสิทธิภาพและความเหมาะสมในการดำเนินการ ทั้งในด้านพื้นที่และระยะเวลา ที่สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น ในปี 2569 กรมประมงจึงยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการตามเดิม
เครื่องมือประมง วิธีการทำการประมง และปฏิบัติตามเงื่อนไข
สำหรับเครื่องมือประมง ที่อนุญาตให้ใช้ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไข มีรายละเอียดดังนี้
1. อวนลากแผ่นตะเฆ่ที่ใช้ประกอบกับเรือกลลำเดียว ขนาดต่ำกว่า 20 ตันกรอส ให้สามารถทำการประมงได้เฉพาะในเวลากลางคืนและบริเวณนอกเขตทะเลชายฝั่ง
2. อวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกล ขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส และมีขนาดช่องตาอวนตั้งแต่ 5 เซนติเมตรขึ้นไป ความยาวอวนไม่เกิน 2,000 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ โดยห้ามทำการประมงโดยวิธีล้อมติด หรือวิธีอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
3. อวนติดตาชนิด อวนปู อวนกุ้ง อวนหมึก
4. อวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
5. ลอบปูที่มีขนาดตาอวนโดยรอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป และทำการประมงไม่เกิน 300 ลูก ต่อเรือประมง 1 ลำ ให้ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งได้
6. ลอบปูที่มีขนาดช่องตาท้องลอบ ตั้งแต่ 2.5 นิ้ว ขึ้นไป ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
7. ลอบหมึกทุกชนิด
8. ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบการทำการประมงพื้นบ้านในเขตทะเลชายฝั่ง
9. คราดหอย โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเครื่องมือทำการประมง รูปแบบ และพื้นที่ทำการประมงของเครื่องมือประมงคราดหอย ที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำร่วมด้วย
10. อวนรุนเคย โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับรูปแบบของอวน ขนาดของเรือ วิธีที่ใช้ บริเวณพื้นที่ และระยะเวลาในการทำการประมงที่ผู้ทำการประมงด้วยเครื่องมืออวนรุนเคยที่ใช้ประกอบเรือยนต์ทำการประมงต้องปฏิบัติร่วมด้วย
11. จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก
12. เครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง
13. เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ประกอบกับเครื่องมือประมงที่ไม่ใช่เครื่องมือประมงประเภทอวนล้อมจับ อวนล้อมจับปลากะตัก อวนลากคู่ อวนลากคานถ่าง อวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) เรือประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เรือปั่นไฟ) และเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 71 (1) แห่งพระราชกำหนด การประมง พ.ศ.2558
สำหรับการใช้เครื่องมือในข้อ 2 3 4 5 6 และ 7 จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯ ที่ออกตามความในมาตรา 71 (1) และเครื่องมือที่ใช้ทำการประมงต้องไม่ใช่เครื่องมือที่กำหนดห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 67 มาตรา 69 หรือ มาตรา 71 (1) แห่ง พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า เครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพสูงยังคงจำเป็นต้องห้ามใช้ทำการประมงในพื้นที่ และช่วงเวลามาตรการอย่างเคร่งครัด เนื่องจากช่วงหลังมาตรการยังพบการจับสัตว์น้ำเศรษฐกิจขนาดเล็ก โดยหากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000 - 1,000,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง หรือปรับจำนวน 5 เท่า ของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่าและต้องได้รับโทษทางปกครองอีกด้วย โดยขอความร่วมมือชาวประมงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
แห่ชม "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" ยอดนักท่องเที่ยวเกือบ 3,000 คน
แท็กที่เกี่ยวข้อง:

