เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2569 ผู้ชุมนุมรวมตัวในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อต้านการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจ 7 ประเทศ (G7) ที่จัดขึ้นในเมืองเอเวียงของฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ (15 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น
เริ่มแรกผู้ประท้วงประมาณ 20,000 คน รวมตัวเดินขบวนประท้วงอย่างสงบ ก่อนที่สถานการณ์จะค่อยๆ ตึงเครียดมากขึ้น หลังผู้ประท้วงบางส่วนซึ่งสวมชุดสีดำขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ รวมถึงจุดไฟเผารถยนต์
ประท้วงเดือด "สวิตเซอร์แลนด์" ก่อจลาจลต่อต้านประชุมสุดยอด G7
ตำรวจปราบจลาจลต้องฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ท่ามกลางบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายโดยรอบ โดยเจ้าหน้าที่ยังยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางไปยังกลุ่มผู้ประท้วง ขณะที่ผู้ประท้วงขว้างปาวัตถุต่างๆ และพลุไฟใส่เจ้าหน้าที่
บางช่วงกลายเป็นการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วง ซึ่งมีการจุดไฟเผาสิ่งของบนท้องถนน ท่ามกลางแก๊สน้ำตาที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ รวมถึงบริเวณใกล้กับอาคารสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)
ขณะที่อีกจุดหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณใกล้กับอาคารสำนักงานขององค์การสหประชาชาติ ผู้ประท้วงบางส่วนพากันวิ่งหนี หลังเจ้าหน้าที่ฉีดแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายต่อทรัพย์สินต่างๆ ทั้งกระจกหน้าร้านค้าแตก ป้ายรถเมล์ถูกทำลายและเศษกระจกแตกกระจายอยู่ทั่วพื้น
ประท้วงเดือด "สวิตเซอร์แลนด์" ก่อจลาจลต่อต้านประชุมสุดยอด G7
ฝรั่งเศสยกระดับความปลอดภัยก่อนประชุม G7
ส่วนในฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ยกระดับรักษาความปลอดภัย ตรวจตรารถทุกคันที่เข้าออกบริเวณสถานที่จัดการประชุม G7 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
เจ้าหน้าที่ ระบุว่า ยานพาหนะที่เข้าสู่พื้นที่หวงห้ามจะถูกตรวจสอบอย่างเป็นระบบ และยานพาหนะใดๆ ที่ออกไปแล้ว หากจะกลับเข้ามาใหม่ต้องผ่านขั้นตอนเดียวกันอีกครั้ง โดยมีการนำอุปกรณ์พิเศษมาใช้ รวมถึงหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับพัสดุต้องสงสัยและลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน
ในวันที่ 14 มิ.ย.เพียงวันเดียว เจ้าหน้าที่ตรวจยานพาหนะไปแล้วมากกว่า 100 คัน นอกจากนี้ยังนำสุนัขตำรวจมาช่วยในภารกิจรักษาความปลอดภัย นอกเหนือจากกำลังตำรวจกว่า 10,000 นายที่ถูกส่งมา เพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุมครั้งสำคัญ
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย. เป็นการรวมตัวกันของผู้นำจากฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร แคนาดา เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และผู้นำที่ได้รับเชิญจากอีกหลายประเทศ รวมถึงบราซิลและอินเดีย
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมด้วยตัวเอง นอกจากนี้โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดเข้าร่วมด้วย ขณะที่ประเด็นหลักๆ ที่คาดว่าจะมีการหารือกันในครั้งนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยูเครน รวมถึงเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ การประชุมสุดยอด 3 วันครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญครั้งแรก นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับอิหร่านในปลายเดือน ก.พ. ซึ่งทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางปั่นป่วนและทำให้ความตึงเครียดระหว่าง 2 ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเพิ่มสูง
อ่านข่าว
สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ อนุมัติเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จ่อลงนาม 19 มิ.ย.นี้
อิหร่านกำหนดพิธีศพ “อาลี คาเมเนอี” เริ่ม 4 ก.ค. ฝังร่าง 9 ก.ค.

