สภาอุยกูร์โลกประณามไทย หลังศาลสั่งประหาร 2 ผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์

ต่างประเทศ
07:12
จำนวนผู้ชม 148
Thai PBS
สภาอุยกูร์โลกประณามไทย หลังศาลสั่งประหาร 2 ผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์
สภาอุยกูร์โลกออกแถลงการณ์คัดค้านคำพิพากษาประหารชีวิตชาวอุยกูร์ 2 คนในคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ บริเวณแยกราชประสงค์ พร้อมตั้งข้อกังวลต่อกระบวนการพิจารณาคดี และเรียกร้องให้ไทยรับรองสิทธิในการอุทธรณ์ตามมาตรฐานสากล

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2569 สภาอุยกูร์โลก (World Uyghur Congress : WUC) ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงต่อคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ที่ตัดสินให้ชาวอุยกูร์ 2 คน ได้แก่ บิลาล โมฮัมเหม็ด และ ไมไรลี ยูซุฟู มีความผิดในคดีวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ เมื่อเดือน ส.ค.2558 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บมากกว่า 163 คน พร้อมมีคำสั่งลงโทษประหารชีวิต

แถลงการณ์ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมตัวมาเป็นเวลาเกือบ 11 ปีนับตั้งแต่ถูกจับกุม และยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง โดยได้ประกาศใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าว ทั้งนี้ WUC เห็นว่าคดีดังกล่าวมีข้อกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR

องค์กรดังกล่าวอ้างถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติที่เคยแสดงความกังวลต่อการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเวลานาน รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมระหว่างการควบคุมตัว ตลอดจนประเด็นที่การพิจารณาคดีบางส่วนเกิดขึ้นในศาลทหารซึ่งถูกมองว่ามีข้อจำกัดด้านความโปร่งใส นอกจากนี้ ยังมีข้อวิจารณ์ว่าจำเลยไม่ได้รับล่ามภาษาอุยกูร์ที่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอเป็นเวลาหลายปี

WUC ยังอ้างถึงความเห็นของคณะกรรมาธิการนักนิติศาสตร์สากลและองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ที่มองว่ากระบวนการสอบสวนและพิจารณาคดีมีข้อบกพร่องด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ และสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบยุติธรรมไทย โดยองค์กรดังกล่าวเห็นว่าการพิจารณาคดีควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เป็นอิสระและยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด

ตูร์กุนจาน อลาวดุน ประธานสภาอุยกูร์โลก กล่าวว่า คดีนี้ไม่สามารถแยกออกจากบริบทของความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์และรัฐบาลจีนได้ โดยระบุว่ารัฐบาลจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการใช้ข้อกล่าวหาด้านความมั่นคงและการก่อการร้ายต่อชาวอุยกูร์ พร้อมย้ำว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และเป็นธรรม

นอกจากนี้ WUC ยังเชื่อมโยงคำพิพากษาดังกล่าวกับกรณีที่ประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับประเทศจีนเมื่อเดือน ก.พ.2568 แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนานาชาติ โดยระบุว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับชะตากรรมของบุคคลเหล่านั้น ซึ่งองค์กรเห็นว่าเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงที่ชาวอุยกูร์อาจเผชิญภายหลังถูกส่งกลับจีน

แถลงการณ์ยังย้ำจุดยืนของ WUC ที่คัดค้านโทษประหารชีวิตในทุกกรณี โดยระบุว่าผู้ที่กระทำความผิดร้ายแรงควรได้รับการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม แต่การดำเนินคดีต้องเคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และกระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้กระบวนการอุทธรณ์ในคดีนี้ดำเนินไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ท้ายที่สุด สภาอุยกูร์โลกเรียกร้องให้รัฐบาลของหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ติดตามและผลักดันให้ประเทศไทยรับรองมาตรฐานการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม โดยระบุว่าหากไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้โดยปราศจากข้อสงสัยอันสมเหตุสมผล ควรเพิกถอนคำพิพากษา และหากยังคงคำพิพากษาไว้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้โทษประหารชีวิต

สภาอุยกูร์โลกประณามไทย หลังศาลสั่งประหาร 2 ผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์

สภาอุยกูร์โลกประณามไทย หลังศาลสั่งประหาร 2 ผู้ต้องหาคดีระเบิดแยกราชประสงค์

อ่านข่าวอื่น :

ยอดบริจาคลด รพ.วัดห้วยปลากั้ง เหลืองบดำเนินงานเพียง 2 เดือน

ญี่ปุ่น เสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2 ,เยอรมนี ถล่ม กือราเซา 7-1 บอลโลก 2026

สภาพอากาศวันนี้ ฝนหนักทั่วไทย เหนือ-อีสาน-ตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน