วันนี้ (15 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีคณะทำงานระดับสูง อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มวาระการประชุม นายกฯ นำคณะผู้เข้าร่วมประชุมยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
โดยนายกฯ กล่าวแสดงความโศกเศร้าและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นหาที่สุดมิได้ พร้อมน้อมนำพระปณิธานในการอุทิศตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นแนวทางหลักในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนสืบไป
ดันไทยสู่ OECD ยกระดับมาตรฐานประเทศ
ในการประชุมครั้งนี้ นายกฯ ชี้แจงถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงโดยตรง กับความมั่นคงในระดับชุมชนและหมู่บ้าน จากการเดินทางเยือนประเทศฝรั่งเศสและเวียดนามที่ผ่านมา
นายกฯ ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการเข้าเป็นภาคีขององค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความเชื่อถือในเวทีนานาชาติ
โดยกำชับให้ผู้บริหารมหาดไทยทุกคน ร่วมกันเสริมสร้างธรรมาภิบาล ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบภายใต้แนวทาง "มหาดไทยใสสะอาด" เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกกีดกันทางการค้าและการลงทุน
นอกจากนี้ ยังเร่งรัดการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป และขยายความร่วมมือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านกับเวียดนาม เพื่อดึงเอาจุดแข็งของทั้ง 2 ประเทศมาประสานกันในการแข่งขันบนเวทีโลก ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนไทยมีโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น
ยกระดับ "ทำทันที 5 Plus" จี้นายอำเภอค้นหาชาวบ้านตกหล่นสิทธิ์สวัสดิการรัฐ
นายกฯ สั่งการให้ทุกจังหวัด เตรียมองค์คาพยพให้พร้อมรับโอกาสใหม่ ๆ โดยชูนโยบายเร่งด่วนกรอบทำงานครอบคลุม 5 มิติ หรือ "ทำทันที 5 Plus" ประกอบด้วย
- การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- การแก้ไขปัญหายาเสพติดและภัยชายแดน
- การยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างชุมชนเข้มแข็ง
- การจัดการภัยพิบัติและพัฒนาเมืองยั่งยืน
- การปรับปรุงระบบราชการสู่รัฐบาลดิจิทัล
พร้อมกันนี้นายกฯ สั่งการเน้นย้ำเป็นพิเศษให้ทุกจังหวัด ให้ความสำคัญกับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และการลงทะเบียนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมอบหมายให้นายอำเภอและปลัดอำเภอลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อค้นหาประชาชนที่ตกหล่นให้เข้าถึงระบบสวัสดิการจำนวน 30 คนล้านคน ทั้งยังกำชับอย่างเด็ดขาดให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า "บัตรคนจน" เพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน โดยเปรียบเทียบความสำเร็จกับการยกเลิกคำว่าคนไข้อนาถา ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาแล้วในอดีต
ขันน็อต ปภ. รับมือภัยพิบัติฤดูฝน บูรณาการความมั่นคง 9 ประเด็น
นายกฯ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศเข้าสู่ช่วงฤดูฝน จึงสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ขันน็อตระบบเตรียมความพร้อมและจัดทำแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า โดยหยิบยกบทเรียนจากประเด็นน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดปัญหาระบบห่วงโซ่อาหารและปัจจัย 4 ตัดขาดในระยะแรก จึงกำชับให้สร้างเครือข่ายความร่วมมือการส่งต่ออาหารระหว่างจังหวัดอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องอดอาหาร
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงภารกิจด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลใน 9 ประเด็นหลัก เช่น การบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมออนไลน์ ธุรกิจนอมินีต่างชาติ ปราบปรามยาเสพติด หนี้นอกระบบ
โดยย้ำว่า ตนกำกับดูแลงานความมั่นคงโดยตรง ไม่มี รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทำงานร่วมกันเป็นทีม ยึดหลักการปราบปรามแบบเด็ดขาด "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้อิทธิพลมืดหรือชาวต่างชาติ เข้ามาข่มเหงรังแกคนไทยในทุกกรณี
เดือดกลางประชุม ปมรองผู้ว่าฯ ภูเก็ตอ้างย้ายผู้ว่าฯ
ช่วงหนึ่งของการประชุม นายอนุทิน กล่าวถึงรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ระบุว่า มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง อ้างว่าสามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ ทำให้นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน พร้อมตั้งคำถามว่า “รองผู้ว่าฯ ใหญ่กว่านายกรัฐมนตรีหรืออย่างไร”
นายอนุทิน กล่าวว่า การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นกระบวนการที่ต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน รวมถึงการนำเสนอคณะรัฐมนตรี จึงไม่อาจเกิดขึ้นได้จากอิทธิพลส่วนบุคคล พร้อมสั่งให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลก่อนการเดินทางเยือนรัสเซีย
ปลัด มท. ตั้งสอบข้อเท็จจริง "รองฯ ซีฟู้ด"
ต่อมามีการพูดถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า "รองฯ ซีฟู้ด" ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีชื่อเล่นเกี่ยวข้องกับสัตว์ทะเล โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชื่อเล่นว่า "กุ้ง" ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ต้องการขอความเป็นธรรม และพร้อมนำเอกสารหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
นายอนุทิน ย้ำตอนท้ายว่า การตรวจสอบครั้งนี้ ไม่ใช่การตัดสินว่าผู้ใดผิด แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน พร้อมยืนยันว่าภายในกระทรวงมหาดไทย จะต้องไม่มีผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลใดอยู่เหนือกฎหมาย และทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาท และความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด
อ่านข่าวอื่น :
ผู้บริหาร-คณาจารย์-นักศึกษา มธ.ถวายความอาลัย เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
“มูลนิธิสืบฯ” จับตา คกก.อุทยานฯ เพิกถอนพื้นที่ "อุทยานฯ ทับลาน" หวั่นทำแบบเหมาเข่ง
กรมศุลกากรนำทีม สกัดบุหรี่หนีภาษีชายแดนจันทบุรีกว่า 5 แสนมวน

