เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2569 สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างแหล่งข่าว ว่า กรอบข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนของภาคเอกชน (Private Fund) มูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในอิหร่าน ครอบคลุมภาคพลังงาน โลจิสติกส์ การผลิตและการคมนาคมขนส่ง โดยปัจจุบันได้รับคำมั่นสัญญาผูกพันเม็ดเงินทุนแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า กองทุนใหม่นี้เป็นกลไกการลงทุนของภาคเอกชน จะไม่มีเงินทุนหรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาลใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่ใช่โครงการฟื้นฟูหรือการชดเชยความเสียหายจากสงคราม
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเรียกร้องเงิน 400,000 ล้านดอลลาร์จากสหรัฐ เพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธ จึงเปลี่ยนแนวคิดมาเป็นการตั้งกองทุนเอกชนนี้แทน โดยมีปากีสถานร่วมเป็นตัวกลางเจรจา
แหล่งข่าวระบุว่า กองทุนนี้แยกส่วนอย่างสิ้นเชิงจากการเจรจาคู่ขนานเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการปลดอายัดทรัพย์สินอิหร่านในต่างประเทศ และจะยังไม่ถูกจัดตั้งหรือเริ่มดำเนินการ จนกว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
"ทรัมป์" จ่อเปิดรายละเอียดข้อตกลงกับอิหร่าน
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) ที่เมืองเอเวียง ประเทศฝรั่งเศส
โดยใช้โอกาสนี้พบหารือกับผู้นำหลายคน พร้อมให้คำมั่นจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงกับอิหร่านต่อสาธารณะภายใน 2-3 วัน ขณะนี้กำลังรอโอกาสอย่างเป็นทางการและเปรยๆ ว่าจะอ่านเอกสารฉบับเต็มต่อหน้ากล้อง
ทรัมป์เปิดเผยว่า อาจข้อตกลงอิหร่านฉบับสุดท้ายให้สภาคองเกรสพิจารณาตรวจสอบ ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องจากสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันบางส่วนด้วย พร้อมตั้งคำถามว่า "ใครบ้างจะไม่เห็นด้วย"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า อีกไม่นานอิหร่านก็จะเป็นเรื่องในอดีต พร้อมย้ำว่า ในข้อตกลงระบุไว้ชัดเจนว่า อิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และส่งสัญญาณเตรียมนำมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียกลับมาใช้โดยเร็ว เนื่องจากข้อตกลงกับอิหร่านจะเปิดทางให้กลับมาขนส่งน้ำมันได้ตามปกติ
เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วนชั่วคราว เพื่อบรรเทาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน และยังต่ออายุมาตรการผ่อนคลายจนมีผลถึงปัจจุบัน
อ่านข่าว :
FBI สกัดแผนโจมตีงานมวย UFC ที่ทำเนียบขาว พบพุ่งเป้าบุคคลชั้นนำ

