วันนี้ (22 มิ.ย.2569) จากกรณีเกิดอุบัติเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวง ของโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย–เชียงของ ถล่มระหว่างการปฏิบัติงานติดตั้งระบบแผ่นกันน้ำรั่วซึม (Waterproofing) ภายในอุโมงค์รถไฟดอยหลวง หมู่ 10 ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโครงการก่อสร้าง เพื่อพิจารณาว่าเป็นเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุ หรือเกิดจากความบกพร่อง โดยต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้าร่วมตรวจสอบ และยังไม่สามารถระบุความรับผิดชอบของฝ่ายใดได้ในขณะนี้
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการกับผู้รับจ้าง ยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกสัญญาหรือขึ้นบัญชีดำบริษัทใด เนื่องจากต้องรอผลสอบข้อเท็จจริงก่อน พร้อมย้ำว่าผู้รับจ้างทุกรายจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ บริษัทผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขสัญญา และกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง
พร้อมยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาโครงการก่อสร้างด้านคมนาคมหลายแห่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นต่อเนื่อง แต่ต้องพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อม และลักษณะงานก่อสร้างที่มีจำนวนมากทั่วประเทศ โดยบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติ ที่ยากต่อการควบคุม
เรื่องของธรรมชาติ เวลาฝนตกหนัก ดินอุ้มน้ำมากแล้วสไลด์ลงมา บางครั้งเราก็ยับยั้งไม่ได้ การก่อสร้างมีอยู่จำนวนมาก วิศวกรและผู้รับเหมาพยายามดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า การป้องกันอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานรัฐจะปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยหลังเกิดเหตุทุกครั้งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม
พร้อมระบุว่า ปัจจุบันทุกโครงการมีมาตรฐานควบคุมงาน และขั้นตอนตรวจสอบด้านความปลอดภัย ตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากลอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะกำชับหน่วยงานเจ้าของโครงการ และผู้รับจ้างให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลมากขึ้น
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเมืองของบริษัทผู้รับเหมา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพิจารณาของกระทรวงคมนาคม ยึดหลักคุณสมบัติและผลการประเมินตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างเป็นสำคัญ ไม่ได้พิจารณาจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
อย่าไปมองว่าเป็นญาติใครหรือบริษัทของใคร แต่ต้องดูว่าผ่านเกณฑ์การประเมินหรือไม่ หากผ่านหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย บริษัทใดก็มีสิทธิเข้ารับงานได้เหมือนกัน
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี เข้ามากำกับดูแลการขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ด้วยตนเองว่า เป็นไปตามข้อตกลงและแผนการทำงานที่วางไว้ โดยตลอดช่วงเวลาที่รับผิดชอบงานอีอีซี ได้เร่งสะสางประเด็นด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และเงื่อนไขสำคัญหลายเรื่องให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ยืนยันมาตลอดว่าจะไม่แก้ไขสัญญา ก่อนส่งต่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
ทั้งนี้มองว่า การที่นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเจรจากับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากสามารถตัดสินใจและให้ความเชื่อมั่นได้ทันที สอดคล้องกับเป้าหมายเร่งดึงการลงทุนเข้าสู่ประเทศ ในช่วงที่การแข่งขันระหว่างประเทศมีความเข้มข้นมากขึ้น
"อย่าไปคิดว่าเราจะน้อยใจหรือไม่สบายใจ พวกเราทำงานแบบมืออาชีพ อะไรที่ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ นั่นคือเป้าหมายสำคัญที่สุด เป็นข้อตกลงกันอยู่แล้วว่า เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม จะส่งต่อภารกิจให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการตลาดและการดึงดูดการลงทุนเข้ามาดูแลต่อ ผมยอมรับว่าหากต้องไปเจรจากับนักลงทุนต่างประเทศ อาจไม่มีความเชี่ยวชาญเท่านายกรัฐมนตรี" รมว.คมนาคม กล่าว
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีโอกาสพบปะนักลงทุนต่างชาติอยู่ตลอด และเมื่อเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง ก็สามารถเจรจา ตัดสินใจ และให้ความมั่นใจกับนักลงทุนได้ทันที ทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น วันนี้ประเทศไทยไม่มีเวลารอ อะไรที่ทำให้การขับเคลื่อนโครงการ และการลงทุนเดินหน้าได้เร็วที่สุด เราต้องเลือกแนวทางนั้น
ส่วนเรื่องการประเมินผลงานการทำงาน 1 ปีตาม KPI นายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ ยืนยันว่า พร้อมรับการประเมินและต้องกลับมาดูแลบ้านตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องของกระทรวงคมนาคม โดยจะกลับมาให้ความสำคัญกับภารกิจหลักของกระทรวงคมนาคม ทั้งการผลักดันระบบตั๋วร่วม โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโครงการก่อสร้าง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียซ้ำในอนาคต
อ่านข่าว :
รฟท.สั่งหยุดปฏิบัติงาน 2 วัน ตรวจสอบโครงสร้าง-หาสาเหตุผนังอุโมงค์ดอยหลวงถล่ม
อุปกรณ์ติดตั้งในอุโมงค์ดอยหลวง รถไฟเด่นชัย-เชียงของ หล่นทับช่างตาย 2 สาหัส 3

