"เมสซี" ทุบสถิติทำประตูมากสุด หลังเหมา 2 ลูก พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026

กีฬา
06:10
จำนวนผู้ชม 99
Thai PBS
"เมสซี" ทุบสถิติทำประตูมากสุด หลังเหมา 2 ลูก พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026
"ลิโอเนล เมสซี" ทำสถิติยิงประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลังทำอีก 2 ประตู พาอาร์เจนตินา ชนะ ออสเตรีย 2-0 พร้อมผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ 32 ทีม ขณะที่ คู่ระหว่างฝรั่งเศส และ อิรัก ต้องเลื่อนการแข่งขันในครึ่งหลัง เนื่องจากสภาพอากาศพายุฝนฟ้าคะนอง

วันนี้ (23 มิ.ย.2569) ฟุตบอลโลก 2026 นัดที่ 2 กลุ่มเจ แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ที่ชนะ แอลจีเรีย 3-0 ในเกมแรก พบ ออสเตรีย ที่ชนะ จอร์แดน 3-1 ในเกมแรก ซึ่งทีมที่ชนะในเกมนี้จะการันตีเข้ารอบน็อกเอาต์ 32 ทีมทันที

ปรากฏว่า เมสซี โชว์ฟอร์มเทพต่อเนื่อง แม้จะพลาดจุดโทษในนาทีที่ 9 แต่หลังจากนั้นได้เหมาคนเดียว 2 ลูก ในนาที 38 และทดเจ็บ 90+5 ฉลองวันเกิดล่วงหน้าที่จะมีอายุครบ 39 ปี ในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) ช่วยให้อาร์เจนตินา ชนะ ออสเตรีย 2-0 และทำให้ 2 เกมที่ผ่านมา เมสซี ทำประตูให้อาร์เจนตินาคนเดียว 5 ลูก

หลังการแข่งขัน แฟนบอลอาร์เจนตินา ในบัวโนสไอเรส ต่างฉลองการทำสถิติของ เมสซี โดยพวกเขาบอกว่า แม้ เมสซี จะพลาดจุดโทษในนัดนี้ แต่นี่คือเกมที่ เมสซี ได้พิสูจน์คุณค่าของตัวเอง จากการแซงหน้าสถิติยิงประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 16 ประตู ของ มิโลสลาฟ โคลเซ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมนี รวมทั้งยังแซง มาร์ตา กองหน้าฟุตบอลหญิงทีมชาติบราซิลที่ทำได้ 17 ประตู

"เมสซี" เหมา 2 ลูก ทุบสติถิทำประตูมากสุด พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026

"เมสซี" เหมา 2 ลูก ทุบสติถิทำประตูมากสุด พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026

โดย เมสซี ยิงไปแล้ว 18 ประตู จากการเล่นฟุตบอลโลก 6 สมัย และยังเป็นการยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก 6 สมัยติดต่อกัน ซึ่ง เมสซี ทำประตูแรกในฟุตบอลโลกปี 2006 หรือ เมื่อ 20 ปีก่อน อาร์เจนตินา ชนะ 2 เกมรวด เป็นทีมที่ 4 ต่อจาก เม็กซิโก , สหรัฐฯ และ เยอรมนี ที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ โดยนัดสุดท้ายกลุ่มเจ อาร์เจนตินา พบ จอร์แดน , และ ออสเตรีย พบ แอลจีเรีย ในวันที่ 28 มิ.ย. ทั้ง 2 คู่แข่งพร้อมกันเวลา 09.00 น.

"เมสซี" เหมา 2 ลูก ทุบสถิติทำประตูมากสุด พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026

"เมสซี" เหมา 2 ลูก ทุบสถิติทำประตูมากสุด พาอาร์เจนตินาเข้ารอบบอลโลก 2026

เลื่อนคู่ ฝรั่งเศส ดวล อิรัก ในครึ่งหลัง จากสภาพอากาศ

ส่วนคู่ระหว่าง รองแชมป์เก่า ฝรั่งเศส พบ อิรัก ในกลุ่มไอ เกมนี้ต้องเลื่อนการแข่งขันในช่วงพักครึ่งเวลา เนื่องจากสภาพอากาศในเมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนาม ลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และพยากรณ์อากาศยังเผยว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดฟ้าผ่ารุนแรง รวมถึงพายุทอร์นาโด และน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่

โดยครึ่งแรก ฝรั่งเศส ขึ้นนำ อิรัก อยู่ 1-0 จากการทำประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าวัย 27 ปี ทำให้ เอ็ปบัปเป ทำไปแล้ว 15 ประตูจากการลงแข่ง 3 สมัย สูงสุดเทียบเท่า โรนัลโด กองหน้าชาวบราซิล เป็นรองเพียงแค่ โคลเซ 1 ลูก และ เมสซี 3 ลูก โดยล่าสุดสามารถทำการแข่งขันต่อแล้ว หลังต้องหยุดชะงักไปประมาณ 2 ชั่วโมง

ล่าสุดจบเกม ฝรั่งเศส เอาชนะ อิรัก 3-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม พร้อมการันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ส่วนเช้าวันนี้ยังมีแข่งอีก 2 คู่ นอร์เวย์ พบ เซเนกัล เวลา 07.00 น. และ จอร์แดน พบ แอลจีเรีย เวลา 10.00 น.

อ่านข่าว :

สเปน ถล่ม ซาอุดีอาระเบีย 4-0, เบลเยียม เสมอ อิหร่าน 0-0 ฟุตบอลโลก 2026

ญี่ปุ่น ถล่ม ตูนิเซีย 4 - 0 รั้งอันดับ 2 กลุ่ม F

สหรัฐอเมริกา ชนะ ออสเตรเลีย 2-0 ลิ่วรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026