สแกมเมอร์จีน-เมียนมา ย้านฐานปฏิบัติการสู่ "เชียงใหม่" ครึ่งปีจับแล้ว 5 ครั้ง

ภูมิภาค
07:08
จำนวนผู้ชม 193
Thai PBS
สแกมเมอร์จีน-เมียนมา ย้านฐานปฏิบัติการสู่ "เชียงใหม่" ครึ่งปีจับแล้ว 5 ครั้ง
ตำรวจภาค 5 บุกทลายฐานสแกมเมอร์ในบ้านพักหรู จ.เชียงใหม่ จับชาวจีนและเมียนมารวม 15 คน พร้อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก นักวิชาการเตือนเชียงใหม่กำลังกลายเป็นพื้นที่เป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และเสนอให้รัฐเข้มงวดการคัดกรองทุนต่างชาติ

วันนี้ (24 มิ.ย.2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าปฏิบัติการตรวจค้นบ้านพักหรูแห่งหนึ่งใน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังได้รับข้อมูลว่าถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ผลการตรวจค้นพบชาวจีน 11 คน และชาวเมียนมา 4 คน รวม 15 คน อาศัยอยู่ภายในบ้าน พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากที่เชื่อว่าใช้ในการก่อเหตุหลอกลวงทางออนไลน์

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าวเช่าบ้านพักในราคาประมาณ 80,000 บาท/เดือน โดยใช้เป็นทั้งที่พักอาศัยและสถานที่ปฏิบัติงาน สิ่งที่สร้างความผิดสังเกตให้กับคนในพื้นที่คือ มักมีการส่งเสียงดังในช่วงเวลากลางคืน และมีการสั่งซื้ออาหารรวมถึงสิ่งของจำเป็นในปริมาณมากเพื่อกักตุนไว้ภายในบ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบและพบการกระทำผิดในที่สุด

ขบวนการดังกล่าวมีหัวหน้าหรือผู้ควบคุมอยู่ในต่างประเทศ ทำหน้าที่สั่งการและกำหนดรูปแบบการหลอกลวง โดยมุ่งเป้าไปยังผู้เสียหายชาวจีนเป็นหลัก

วิธีการที่ใช้คือการแอบอ้างเป็นตัวแทนบริษัทประกันภัย หรือบริษัทขนส่งพัสดุ จากนั้นหลอกให้เหยื่อติดตั้งโปรแกรมบนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดโปรแกรมแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพจะเข้าควบคุมอุปกรณ์ ลักลอบเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และหลอกให้โอนเงินเข้าสู่บัญชีที่เตรียมไว้

ตร.ชี้จับแล้วหลายครั้ง แต่มีคนใหม่แทนต่อเนื่อง

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ในลักษณะเดียวกันได้แล้วประมาณ 4-5 คดี แต่ปัญหายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อมีการจับกุมสมาชิกในเครือข่าย กลุ่มผู้บงการจะส่งบุคคลชุดใหม่เข้ามาทดแทน โดยส่วนใหญ่ใช้ช่องทางเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซาท่องเที่ยว หรือบางส่วนลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ

ด้านนายทศพล ทรรศนพรรณ หัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายกับเทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า เชียงใหม่มีคุณสมบัติหลายด้านที่เอื้อต่อการเข้ามาแฝงตัวของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นระบบคมนาคมที่สะดวก มีหมู่บ้านจัดสรรและพูลวิลลาขนาดใหญ่ ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง รวมถึงมีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้บุคคลเหล่านี้สามารถกลมกลืนกับสังคมในพื้นที่ได้โดยไม่เป็นที่สังเกต

นักวิชาการยังอธิบายว่า ปัจจุบันกลุ่มบุคคลที่เข้ามาในลักษณะนี้สามารถแบ่งได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

  1. ผู้ที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการกระทำผิดกฎหมาย แต่หลีกเลี่ยงการหลอกคนไทยเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกจับกุม
  2. ผู้ที่มีฐานะร่ำรวยและต้องการถอนตัวจากธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเลือกเข้ามาตั้งรกรากในไทยเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่อยู่อาศัย โรงเรียนนานาชาติ และเครือข่ายผู้ให้บริการด้านกฎหมายและบัญชี
  3. เครือข่ายฟอกเงินที่เข้ามาซื้อกิจการ ร่วมลงทุน หรือสร้างธุรกิจอำพรางเพื่อใช้หมุนเวียนและซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด

นักวิชาการเสนอให้ภาครัฐทบทวนนโยบายและเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนอย่างละเอียด เพราะหากปล่อยให้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการฟอกเงินขยายตัว อาจส่งผลกระทบต่อดัชนีความโปร่งใสของประเทศ และกระทบต่อความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินและองค์กรระหว่างประเทศในอนาคต

เชียงใหม่-ตาก จุดพักสำคัญก่อนข้ามแดน

ข้อมูลจากการติดตามสถานการณ์ยังพบว่า กลุ่มสแกมเมอร์ที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะฝั่งเมียนมาและลาว มักใช้ จ.เชียงใหม่ และตาก เป็นจุดพักหรือจุดเปลี่ยนเส้นทาง ก่อนเดินทางข้ามไปยังพื้นที่ตรงข้ามสามเหลี่ยมทองคำหรือ จ.เมียวดี

ขณะที่กลุ่มสแกมเมอร์ที่เคลื่อนย้ายออกจากฝั่งกัมพูชาภายหลังสถานการณ์สู้รบ ก็มีแนวโน้มเดินทางผ่านพื้นที่ภาคตะวันออก ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมียนมาและลาวต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

รวบคาไซต์ก่อสร้าง! ภูเก็ตจับ 22 ต่างด้าวไร้ใบอนุญาต แอบลักลอบทำงาน

เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี ยันไม่เกี่ยวข้อง ปมทุจริตสอบท้องถิ่น

สภาพอากาศวันนี้ ฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ ภาคใต้ฝั่งอันดามันหนักสุด 60%