เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปขายอินเดีย

สิ่งแวดล้อม
15:09
จำนวนผู้ชม 57
Thai PBS
เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปขายอินเดีย
เร่งแกะรอยตามจับขบวนการล่า “นกชนหิน” สัตว์ป่าสงวน หลังจับชายลอบขนไปอินเดีย ล่าสุดส่งของกลางถึงไทยแล้ว กรมอุทยานฯ เตรียมตรวจสอบพันธุกรรม พร้อมฟื้นฟูสุขภาพ ก่อนปล่อยคืนธรรมชาติ

จากกรณีการจับกุมชายอินเดีย ลักลอบขน “นกชนหิน” สัตว์ป่าสงวนของไทย โดยตรวจยึดได้ที่สนามบินอินเดีย หลังเดินทางจากสนามบินดอนเมือง

วันนี้ (24 มิ.ย.2569) นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รับมอบ “นกชนหิน” 1 ตัว สัตว์ป่าสงวน ลำดับที่ 4 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จากกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาฯ (CITES) ซึ่งเป็นสัตว์ป่าของกลางที่ถูกส่งกลับจากสนามบินประเทศอินเดีย

นกตัวดังกล่าวถูกส่งกลับมาถึงไทยในวันนี้ (24 มิ.ย.) และอยู่ในความดูแลของกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ โดยสัตวแพทย์ตรวจสุขภาพและดูแลในเบื้องต้น รวมทั้งจะเก็บตัวอย่างตรวจสอบพันธุกรรม ก่อนที่จะนำไปดูแลในสภาพกรงเลี้ยงที่สถานีเพาะเลี้ยงฯ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ปรับพฤติกรรม และประเมินความพร้อมเพื่อนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

สำหรับการดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นมจะสืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดกฎหมายทั้งในเรื่องการลักลอบล่า ครอบครอง ส่งออก ซึ่งอัตราโทษของล่าสัตว์ป่าสงวน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000-1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับโทษการครอบครองสัตว์ป่าสงวน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนโทษการลักลอบส่งออกสัตว์ป่าสงวน จำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000-1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ การสืบสวนหาผู้ลักลอบล่า หรือลักลอบครอบครอง หรือลักลอบส่งออกนกชนหิน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน จะบูรณาการการทำงานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

ขณะที่นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา​ กล่าวว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ เร่งตรวจสอบเส้นทางการลักลอบขนนกชนหิน ซึ่งเป็นนกหายากจนถูกขึ้นบัญชีสัตว์ป่าสงวนของไทย และบัญชี 1 ของไซเตส โดยเชื่อว่ามีขบวนการลักลอบที่อาจเกี่ยวข้องกับคนในขั้นตอนการขนส่ง พบพิรุธว่าชายชาวอินเดียเข้าไปซื้อน้ำหนักเพิ่ม และมีกระเป๋าที่โหลด และกล่องที่ใส่นกชนหินออกไปโดยไม่มีการติดแท็ก จากนั้นเมื่อเดินทางไปสนามบินในอินเดีย และเจ้าหน้าที่ตรวจกล้องวงจรปิด พบว่า ในการรับสัมภาระที่สายพาน ได้มีกล่องขนาดใหญ่ที่เข้าไปรอในสายพานสนามบินแล้ว ซึ่งปกติกล่องใหญ่จะเข็นผ่านช่องกรีน หรือช่องที่ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง

เป็นครั้งแรกที่พบการลักลอบขนนกชนหิน ออกไปแบบมีชีวิตไกลถึงอินเดีย สาเหตุที่อินเดียมีความต้องการสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เป็นความนิยมของมหาเศรษฐี ที่มีสวนสัตว์ขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ตรวจยึดสัตว์ป่าหายากจากไทยเยอะมาก

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

ผอ.กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าฯ ระบุว่า แม้สนามบินจะมีเครื่องเอ็กซเรย์ แต่ตรวจจับได้เฉพาะโลหะ ระเบิด ส่วนสัตว์ป่า พืชป่า ต้องใช้ความแม่นยำทางสายตา จึงมีโอกาสหลุดรอดออกไปได้

ด้านนายปรีดา เทียนส่งรัศมี นักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก พื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ขบวนการล้วงโพรงนกชนหินเอาตัวแม่แถมตัวลูก พบว่า ในป่าภาคใต้ยังมีขบวนการล้วงลูกนกเงือกไปขายตลาดมืด ราคาจากป่าตัวละ 20,000-30,000 บาท แต่เมื่อออกสู่ต่างประเทศ ราคาจะสูงถึงหลักแสนบาท

นกชนหิน เป็นหนึ่งในชนิดพันธุ์ของนกเงือกที่หายาก และมีประชากรเหลือน้อยมากในธรรมชาติ พบแค่ป่าแถบอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป บ้านไอร์กือเนาะ หรือป่าฮาลา-บาลา สถานภาพน่าเป็นห่วง อยากให้กรมอุทยานฯ เร่งแกะรอยขบวนการค้านกชนหิน เพื่อตัดวงจรนี้

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

เร่งแกะรอยขบวนการล่า “นกชนหิน” ลอบขนจากไทยไปอินเดีย

อ่านข่าว :

รีบใช้ด่วน 7 วันสุดท้าย “ไทยช่วยไทยพลัส” คลังเผย ใช้ครบ 1,000 บาท แล้ว 7.5 ล้านคน

“สุชาติ” รับหนังสือจากชาวบ้าน ก่อนฝ่าวงล้อมเดินหนี ”กลุ่ม SAVE ทับลาน“

ปลัด มท. ตั้ง คกก.สอบโกงท้องถิ่น 7 วันรู้ผล โยน ตร.ดูคลิปโยง รมช.