วันนี้ (5 ก.ค.2569) ทหารกะเหรี่ยงอิสระแห่งชาติ (KNLA) ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ยังสู้รบกับทหารรัฐบาลเมียนมา บริเวณบ้านมินลาป่าน จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก
ล่าสุดมีลูกกระสุนปืน ค.60 ล้ำเข้ามาตกในเขตไทย บริเวณบ้านของ น.ส.แสงเดือน ชาวบ้าน ต.มหาวัน โดยมีชิ้นส่วนหัวระเบิดค้างบนหลังคาบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารราชมนู เข้าไปเก็บกู้ นอกจากนี้ ยังมีลูกหัวกระสุนปืนกลเข้าไปในบ้านของนางพิศ ที่บ้านห้วยมหาวงศ์ ในขณะที่สามีกับลูกชายกำลังนั่งอยู่ในบ้าน โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย ใช้มาตรการปิดท่าข้ามทุกแห่งโดยไม่มีกำหนด เพื่อไม่ให้มีการลักลอบข้ามแดน หรือนำเสบียงอาหารและยุทโธปกรณ์ไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการสู้รบกันบริเวณดังกล่าว แต่ล่าสุดทหารเมียนมากับฝ่ายกะเหรี่ยงยังสู้รบกันอย่างหนัก ด้วยอาวุธประจำกายและอาวุธหนัก ส่งเสียงดังมาถึงฝั่งไทย ขณะที่กองกำลังทหารไทยยังตรึงกำลังในพื้นที่ เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย
ก่อนหน้านี้ พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา หรือ ทีบีซี.ฝ่ายไทย พูดคุยกับฝ่าย ทีบีซี.ฝ่ายเมียนมา ถึงปัญหาและผลกระทบต่อชาวไทย จากการสู้รบภายในเมียนมาไปแล้วก็ตาม แต่การสู้รบยังทำให้มีกระสุนปืนล้ำแดนมาเขตไทย
รายงานแจ้งว่า การสู้รบระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายอาจยืดเยื้อ เพราะฝ่ายต่อต้านทหารเมียนมามีกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA และกองกำลังปกป้องประชาชน หรือกลุ่ม PDF กว่า 1,000 นาย ซึ่งกลุ่ม PDF เป็นกลุ่มต่อต้านที่หนีออกมาอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา หลังการรัฐประหารของ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ไลง์
อ่านข่าว
แจ้งข้อหา "อุทัย" ร่วมกันจำหน่าย-ส่งยาเสพติดออกนอกประเทศ
"สามี-ภรรยา" ผู้ต้องหาคดีส่งเฮโรอีน ไม่ยื่นประกันตัว-ส่งขังเรือนจำ
พิษ "ไมสัก" ตราดน้ำป่าไหลหลาก เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนเฝ้าระวังเต็มกำลัง

