วันนี้ (6 ก.ค.2569) สถานการณ์ราคากุ้งตกต่ำในปัจจุบัน กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ จ.ตรัง โดยเฉพาะปัญหาความไม่สมดุล ระหว่างราคากลางในตลาดและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด นายสุชาติ คงวัฒนานนท์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ผู้เลี้ยงกุ้งมานานกว่า 20 ปี จำเป็นต้องให้คนงานจากแพรับซื้อกุ้งเร่งจับกุ้ง อายุประมาณ 70 วัน ขึ้นจากบ่อเลี้ยงสุดท้าย เพื่อนำไปจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าทุน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่าย และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะยาวได้อีกต่อไป
จำใจเทขายกุ้งไซส์เล็ก หนีภาวะจมทุนหลักแสน
สำหรับการจับกุ้งในบ่อสุดท้ายครั้งนี้ เป็นกุ้งน้ำหนักรวมประมาณ 8-9 ตัน ซึ่งเป็นกุ้งขนาดเล็ก (ประมาณ 150 ตัว/กก.) การตัดสินใจขายในขนาดนี้ส่งผลให้ขาดทุนทันทีประมาณ 100,000 กว่าบาท
นายสุชาติ ระบุว่า หากเลือกที่จะฝืนเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 2 เดือน เพื่อให้กุ้งเติบโตได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการคือ 45-50 ตัว/กิโลกรัม จะยิ่งเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนทั้งค่าอาหารและค่าน้ำ ซึ่งจะทำให้ยอดมูลค่าความเสียหายและภาวะขาดทุนขยายวงกว้างมากกว่าที่เป็นอยู่ จึงจำเป็นต้องตัดใจจับขายก่อนกำหนดเพื่อควบคุมและลดภาวะการขาดทุนให้น้อยที่สุด
ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ทำให้นายสุชาติได้ทยอยปิดบ่อเลี้ยงกุ้งไปแล้วมากกว่า 20 บ่อ จากทั้งหมด 22 บ่อ เพื่อยุติวงจรการขาดทุนและเพื่อรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ
พร้อมทั้งได้สะท้อนมุมมองว่า มาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ออกมาอย่างล่าช้าและปล่อยให้เกษตรกรต้องเผชิญปัญหาตามลำพัง อาจส่งผลกระทบทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งล้มละลายและเลิกกิจการกันไปหมดทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนมากที่เริ่มทยอยถอนตัวและเลิกเลี้ยงกุ้งไปแล้วเนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สวนทางกับรายรับได้อีกต่อไป
อ่านข่าวอื่น :
ฝากขัง "อุทัย-นันทวัฒน์" ผู้ต้องหาลอบส่งเฮโรอีนไปออสเตรเลีย ตร.ค้านประกัน
"วรศิษฎ์" เผยรู้ผลตรวจข้อสอบ ขรก.ท้องถิ่น 15,000 คน คืนนี้
“สมเด็จพระญาณวชิโรดม” นักการศึกษา-นักวิชาการศาสนา ผู้มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์










