หวั่นประเทศเสียหาย วุฒิสภาเรียกร้องรัฐเร่งตอบ UN ปมโลหะหนักในแม่น้ำ

การเมือง
15:28
จำนวนผู้ชม 50
Thai PBS
หวั่นประเทศเสียหาย วุฒิสภาเรียกร้องรัฐเร่งตอบ UN ปมโลหะหนักในแม่น้ำ
กมธ.การพัฒนาการเมือง วุฒิสภา ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง นายกฯ ให้เร่งชี้แจงผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ กรณีมลพิษโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และ แม่น้ำโขง เสนอจัดทำแผนระดับชาติ คุ้มครองสุขภาพประชาชน และใช้การทูตแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

วันนี้ (6 ก.ค.2569) นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีการจัดทำจดหมายเปิดผนึกส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตอบข้อซักถามอย่างเป็นทางการ ตามหนังสือเตือนของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ (UN)

โดย นายนรเศรษฐ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยได้รับหนังสือจากผู้เชี่ยวชาญอิสระของสหประชาชาติจำนวน 10 คณะ มาตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.2569 เนื้อหาในหนังสือฉบับดังกล่าวได้ระบุถึงข้อห่วงกังวลอย่างรุนแรงต่อวิกฤตการณ์มลพิษข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก ในแม่น้ำสายสำคัญทางภาคเหนือ ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง

หนังสือนี้นอกจากส่งถึงไทยแล้ว ยังถูกส่งไปยังรัฐบาลจีน คณะผู้นำทหารเมียนมา และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือเงื่อนไขเวลาที่กำหนดให้ตอบกลับภายใน 60 วัน ซึ่งบัดนี้ได้เลยกำหนดเวลาดังกล่าวมาแล้ว แต่ทางรัฐบาลไทยยังไม่มีการส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ กลับไปยังสหประชาชาติแต่อย่างใด

กาง 9 ข้อเรียกร้อง UN - กมธ.จี้รัฐเผยข้อมูลและส่งขุนพลแจงสภา

สำหรับเนื้อหาในจดหมายของสหประชาชาติ มีการตั้งคำถามสำคัญถึงรัฐบาลไทยรวมทั้งสิ้น 9 ประเด็น ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองสุขภาพของประชาชน การพิทักษ์สิทธิขั้นพื้นฐาน และการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ผ่านความร่วมมือข้ามแดน และการกำกับดูแลภาคธุรกิจให้เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน

คณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา จึงเรียกร้องให้ นายกฯ แจ้งความคืบหน้าและกรอบเวลาที่ชัดเจนในการส่งคำชี้แจง พร้อมทั้งขอให้ส่งสำเนาสาระสำคัญที่จะตอบกลับยูเอ็นให้แก่คณะกรรมาธิการฯ เพื่อร่วมตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังขอให้ นายกฯ มอบหมายให้ รอง นายกฯ หรือ รัฐมนตรี รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เข้ามาร่วมนำเสนอความคืบหน้าของมาตรการเฝ้าระวัง ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และมาตรการเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

วอนรัฐจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ ต้องใช้การทูตแก้ที่ต้นตอ

นายนรเศรษฐ์ ยืนยันว่า วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้าของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือเท่านั้น แต่เป็นประเด็นความมั่นคงทางสุขภาพระดับชาติและระดับนานาชาติ

คณะกรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนข้ามพรมแดนอย่างบูรณาการ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งระบบเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม และสุขภาพที่สามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนได้อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา

ที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตเชิงรุก เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งจีนและเมียนมา ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเข้าไปจัดการและแก้ไขปัญหา ที่แหล่งกำเนิดของการปนเปื้อนโลหะหนักเหล่านั้น

โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและสนับสนุนทุกภาคส่วน เพื่อนำพาประเทศไทยให้สามารถตอบข้อซักถามในเวทีโลก ได้อย่างสง่างามตามมาตรฐานสากล

อ่านข่าวอื่น :

เฝ้าระวังใกล้ชิด อ่าวสุเทพ อช.หมู่เกาะสุรินทร์ พบปะการังฟอกขาว 50%

นายกฯ ตั้ง คกก.สอบทุจริตสอบท้องถิ่น 68 "ปกรณ์" นั่งประธาน ขีดเส้น 30 วันต้องชัดเจน

ขยายเวลาพิธีศพ "คาเมเนอี" ชาวอิหร่านนับล้านร่วมไว้อาลัย แต่ไร้เงา "มอจตาบา"