วันนี้ (6 ก.ค.2569) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายังศาลฎีกา หลังคณะผู้ไต่สวนอิสระ นัดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริง ในคดีถูกกล่าวหาว่าให้สินบนเป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 246 บาท แก่กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ช่วยเหลือการไต่สวนคดี
เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช.
คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการ ป.ป.ช. และนายสุรสิทธิ์ แพเกิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายเอกวิทย์ ในความผิดร่วมกันกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ละคนมีพฤติการณ์แตกต่างกัน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางออกจากศาลฎีกา หลังใช้เวลาเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และตอบข้อซักถาม กับคณะผู้ไต่สวนอิสระ กว่า 2 ชั่วโมง โดยมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน
สัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ลูกความมารับทราบข้อกล่าวหา กับคณะผู้ไต่สวนอิสระทั้ง 9 ท่าน ผู้ถูกกล่าวหาจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเป็นรายบุคคล คณะผู้ไต่สวนได้แจ้งพฤติการณ์ให้รับทราบอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งจะทำบันทึกเป็นหนังสือชี้แจง และชี้แจงทางวาจา ในวันที่ 5 ส.ค. ก่อนที่จะมีนัดไต่สวนในวันที่ 27 ส.ค.
นายสัญญาภัชระ ยังตั้งข้อสังเกตคดีนี้ว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ไม่ใช่อำนาจของพนักงานสอบสวนที่เป็นคู่กรณี ทางตำรวจได้มีการส่งสำนวนไป 2 แห่ง ทั้งส่งให้คณะกรรมการไต่สวน และส่งไปยังอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต มองว่าการดำเนินคดีไม่มีบรรทัดฐานในกระบวนการ และอาจจะเป็นสองมาตรฐาน ไม่ควรดำเนินการซ้ำซ้อน และเกิดความไม่เป็นธรรม ของผู้ถูกกล่าวหา เมื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ และปฏิเสธข้อกล่าวหา
อมร กุศล ทนายความ
นายอมร กุศล ทนายความ ของนายสุรสิทธิ์ แพเกิด เปิดเผยว่า ได้พาลูกความเดินทางมาตามนัดของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากประธานศาลฎีกา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นลูกความให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลในสำนวนคดี พร้อมเตรียมยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและพยานหลักฐาน เพื่อหักล้างข้อกล่าวหา ภายใน 15 วันนับจากวันรับทราบข้อกล่าวหา
นายอมร ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ลูกความมีความกังวลต่อคดีสินบนทองคำเป็นอย่างมาก แต่เมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่ใช้ต่อสู้คดีทั้งหมดแล้ว ก็รู้สึกคลายความกังวลลง ส่วนผู้ถูกกล่าวหาคนอื่นยังไม่ได้พบกัน เพราะเดินทางมาในฐานะทนายความของนายสุรสิทธิ์เพียงคนเดียว
ขณะที่นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. เดินทางออกจากศาลฎีกา โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
การไต่สวนในชั้นนี้ ยังไม่ใช่การวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด แต่เป็นกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐาน เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อเท็จจริง และแสดงพยานหลักฐานเพื่อหักล้างข้อกล่าวหา โดยคณะผู้ไต่สวนอิสระจะสอบพยาน ตรวจสอบเอกสาร และพิจารณาพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา
หากคณะผู้ไต่สวนอิสระเห็นว่าข้อกล่าวหามีมูล จะจัดทำสำนวนพร้อมความเห็น ส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
อ่านข่าว :
6 ก.ค. ศาลชี้ชะตาคดีสินบนทองคำ 246 บาท "บิ๊กโจ๊ก-พวก" เตรียมชี้แจง
"บิ๊กโจ๊ก" เข้ากองปราบ ปฏิเสธคดีทำร้ายร่างกาย ขอสื่ออย่าโยงเซียนพระ
"บิ๊กโจ๊ก" พบ ตร.กองปราบฯ คดีทำร้ายร่างกายลูกน้อง ปัดตอบสื่อ

