ชาวบ้านสองธาร ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต้องสำรองน้ำใส่ถัง เพื่อเอาไว้ให้วัวที่เลี้ยงไว้กิน หลังจากประสบภาวะฝนทิ้งช่วง และเตรียมความพร้อมรับมือปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งยาวนาน
นายจม เตชะแก้ว ชาวบ้านบอกว่า ที่ผ่านมา ไม่เฉพาะสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ชาวบ้านบางส่วนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำในการอุปโภค-บริโภค
นายสมพร บุญนิธิอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วแต่ปีนี้มีฝนตกน้อยกว่าปกติ แหล่งน้ำตามธรรมชาติมีน้ำน้อยลง ทำให้พื้นที่รับผิดชอบ 12 หมู่บ้าน มีหลายหมู่บ้านขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ขณะที่การเพาะปลูกล่าช้า บางส่วนต้นข้าวโพดเพิ่งขึ้น ถ้าเป็นปีที่ผ่านมา ต้นข้าวโพดสูงเท่าเอวแล้ว ส่วนแผนการช่วยเหลือในภาวะเร่งด่วนคือการบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังป้องกันภัยแล้ง ส่วนระยะยาวจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหา
สมพร บุญนิธิอุดม นายกอบต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ปรากฎการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ จะทำให้ฝนทิ้งช่วงยาวนาน โดยจะเห็นผลที่ชัดเจนช่วงปลายปีจนถึงต้นปีหน้า จะประสบปัญหาภัยแล้งหนัก ดังภาครัฐต้องวางแผนการใช้น้ำให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำ
รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หน.ศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ ม.เชียงใหม่
ก่อนหน้านี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาเปิดเผยว่า ซูเปอร์เอลนีโญ เป็น 4 ระยะ โดยระยะที่ 1 เกิดขึ้นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นอากาศยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่อาจมีความแปรปรวนและรู้สึกร้อนขึ้น ระยะที่ 2 เดือนสิงหาคม-ตุลาคม ความรุนแรงจะขยับขึ้นฝนทิ้งช่วงนานขึ้น และมีปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ
ระยะที่ 3 เดือนพฤศจิกายน 2569 – มกราคม 2570 จะเข้าสู่ช่วง “ซูเปอร์เอลนีโญ” เต็มตัว อากาศร้อนกว่าปกติ และปริมาณฝนจะน้อยลงอย่างมาก จนเกิดความแห้งแล้ง และระยะที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2570 แม้ความรุนแรงของเอลนีโญจะเริ่มลดลง แต่ผลกระทบสะสมจะรุนแรงที่สุด อาจเกิดปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนต้องวางแผนรับมือ










