วันนี้ (9 ก.ค.2569) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนรษชาษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้พิจารณาวาระกระทู้ถามสด โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามจี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ถึงความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยนายพริษฐ์ระบุว่า คดีนี้ควรเรียกว่า "คดีโกง สว." เพราะมีพฤติการณ์ใช้เงินและผลประโยชน์จ้างคนมาสมัครเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ
นายพริษฐ์ ตั้งคำถามถึงเส้นทางการเงิน ขบวนการโกง และพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาที่แบ่งเป็น 7 กลุ่ม พร้อมซักไซ้ว่าจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน มีกี่คนที่เป็นสมาชิกในสภาแห่งนี้ และอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขอให้รัฐมนตรีเอ่ยชื่อออกมาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็น "รัฐมนตรีโลกลืม" พร้อมจี้ถามความมั่นใจในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
รมว.ยุติธรรม ยันไร้อำนาจแทรกแซง กางไทม์ไลน์สำนวนคดีอยู่อัยการ
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า คดีฮั้ว สว. นั้น ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษฐานฟอกเงินและอั้งยี่ ปัจจุบันมีการสอบปากคำผู้ถูกร้อง 1 ปาก คือ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว สอบพยานแล้ว 753 ปาก และแจ้งข้อหาแก่ผู้ถูกกล่าวหา 8 คน ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่สมคบกันฟอกเงิน ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่หรืออัยการชี้แจงรายละเอียดเส้นเงินเนื่องจากอยู่ในสำนวน
โดยความผิดมูลฐานคดีร่วมกันฟอกเงินคือความผิดตาม มาตรา 77 แห่งกฎหมายการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. และยังไม่มีมติวินิจฉัย
พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า รัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซง หรือก้าวก่ายสำนวนคดีพิเศษได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186, 184 และ มาตรฐานจริยธรรม มาตรา 160 (4) และ (5) อีกทั้งรัฐมนตรีมีสิทธิ์ไม่ตอบหาก คณะรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผย โดยดีเอสไอได้ส่งสำนวนให้อัยการ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568 และอัยการส่งสำนวนคืนมา เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2569 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมเตือนให้สมาชิกศึกษากฎหมายอื่นด้วย ไม่ใช่ดูแค่ข้อบังคับสภาฯ
รมต.พาดพิงคดีอื่น ฝ่ายค้านรุมประท้วงวุ่นชี้แจงนอกเรื่อง
พล.ต.ท.รุทธพล ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงเพิ่งมาถามคดีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พร้อมระบุว่า ได้ดูคลิปการอภิปรายครั้งก่อนของนายพริษฐ์ ทำให้เห็นเจตนาว่า ต้องการให้มาตอบเพราะพูดกระทบสมาชิกบางคน ระหว่างนั้น นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.พรรคประชาชน และ สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่ารัฐมนตรีชี้แจงนอกประเด็น
จากนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ได้ลำดับเหตุการณ์ว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดวันที่ 16 มิ.ย. ต่อมาวันที่ 17-18 มิ.ย. มีข่าวบนหน้าสื่อโยงชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กับคดี Forex และวันที่ 25 มิ.ย. มี สส.พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามคดี Forex ทำให้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.พรรคประชาชน ลุกประท้วงอีกครั้งว่า รัฐมนตรีตอบไม่ตรงคำถามทำให้เสียเวลาสภาฯ แต่ประธานวินิจฉัยว่า ไม่สามารถบังคับให้รัฐมนตรีตอบอย่างไรได้
หลักฐานเด็ด 5 จังหวัด พริษฐ์ เปิดคลิปเสียง-ใบลาออกล่วงหน้าโยงบิ๊กการเมือง
ต่อมา นายพริษฐ์ ได้เปิดคลิปหลักฐานเสียงจาก จ.นครพนม อ้างถึงพรรคการเมืองพัวพันยาเสพติดและนักการเมือง จ่ายเงินค่าเดินทางและค่าตอบแทนแลกคะแนนโหวต สว. ยันไม่ใช่เสียง AI เพราะตรวจสอบได้ว่า บุคคลในคลิปซื้อตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัคร สว. 7 คนและตัวเอง มูลค่า 31,000 บาท ในวันที่ 21 มิ.ย. ก่อนเลือก สว. ระดับประเทศ 1-2 วัน
และมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพการประชุมที่โรงแรมใน จ.อยุธยา โดยมีรองประธานสภาฯ หรืออดีตรองประธานสภาฯ จากพรรคหนึ่งร่วมประชุม ซึ่งมีการสัญญาจะให้เงินแก่ผู้สมัครที่โวยวายเรื่องไม่มีชื่อในโพย
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังเปิดเผยพยานหลักฐานในจังหวัดอื่น ๆ ได้แก่
- จ.หนองบัวลำภู: สว.รายหนึ่ง (ขณะดำรงตำแหน่งผู้สมัคร) ให้ภรรยาหรือผู้ช่วยโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. อย่างน้อย 8 คน ยอดโอนรวม 15 ครั้ง เป็นเงินหลักหมื่น มีการตกลงตั้งเป็นผู้ช่วยเพื่อแบ่งเงินเดือน และส่งรายชื่อไปให้บุคคลใน ครม. ตรวจสอบ
- จ.สิงห์บุรี: พบ สว. 2 คนหักหลังกันเอง หลังร่วมวางแผนนัดผู้สมัครไปร้านอาหารก่อนไป จ.นครนายก โดยอ้างว่าขอเงินสนับสนุนจากบางพรรค แต่เมื่อถูกตรวจสอบ 1 ใน 2 คนกลับโน้มน้าวให้ทุกคนโยนความผิดให้อีกคน
- จ.สุโขทัย: ผู้สมัคร สว. ถูกเชิญให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าต่อหน้า สส. และมีทีมงาน สส. ส่งไลน์กำชับวิธีตอบคำถามต่อ กกต. หรือดีเอสไอ
- จ.สุพรรณบุรี: ผู้สมัคร สว. ถูกเชิญให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าต่อหน้ารัฐมนตรีรายหนึ่ง และเมื่อผ่านไป 1 ปี ทีมงานรัฐมนตรีได้ติดต่อมาเช็กว่าได้ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานตรวจสอบหรือไม่
พยานหลักฐานชี้ชัดว่าคนผิดมีมากกว่า 8 คนที่ดีเอสไอเสนอให้อัยการสั่งฟ้อง เหตุใดในสำนวนจึงสั่งฟ้องแค่ 8 คน
นายพริษฐ์ ซักถาม โดย พล.ต.ท.รุทธพล โต้กลับว่าไม่ทราบว่าหลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนหรือไม่ และหากมีหลักฐานควรมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เก็บไว้พูดในสภาเพราะสภาไม่ใช่หน่วยงานรับหลักฐาน
บี้ปม DSI เกียร์ว่างรอ กกต. - ประธานสั่งตัดบทจบกระทู้ก่อนได้คำมั่น
นายพริษฐ์ ยืนยันพร้อมส่งมอบหลักฐานให้หน่วยงานตรวจสอบ พร้อมระบุว่าคดีค้างมา 2 ปี สังคมไม่มั่นใจ กกต. เพราะกรรมการ 4 จาก 7 คน ถูกรับรองโดย สว. ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา และกังวลว่าดีเอสไอจะปล่อยเกียร์ว่างรอดูมติ กกต. ในต้นเดือน ก.ค. นายพริษฐ์จึงจี้ถามให้รัฐมนตรียืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้เกียร์ว่าง และการย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมไม่ใช่เรื่องการเมืองเพื่อโยกย้ายคนทำคดีนี้ พร้อมขอคำมั่นว่าหาก กกต. เป่าคดี ดีเอสไอจะไม่ใช้เป็นข้ออ้างเป่าคดีตาม เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นสีดำ
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรื่องคดีไม่มีใครมาชี้แจงตน จึงตอบไม่ได้ว่าลงเอยอย่างไร ส่วนการย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นการโอนไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ
ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ พยายามขอเวลาถามว่า หาก กกต. เป่าคดี ดีเอสไอจะเดินหน้าต่อหรือไม่ แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานในที่ประชุม ได้สั่งตัดบทจบกระทู้ทันทีเนื่องจากเลยเวลา ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ประธานได้ทักท้วงนายพริษฐ์ปมใช้คำเสียดสีคำว่า "โกง" ขณะที่ฝ่ายค้านประท้วงรัฐมนตรีใช้คำเสียดสีนอกประเด็นเรื่อง "สมาธิสั้น" เช่นกัน
อ่านข่าว :
ตร.ปส.ทลายแหล่งพักยา จ.นครนายก รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด
เวทีนาโตเดือด "ทรัมป์" ขู่สเปน-รื้อปมอิหร่าน ย้ำกรีนแลนด์สำคัญต่อสหรัฐฯ










