วันนี้ (9 ก.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ารับตำแหน่งที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) ช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากเดินทางไปรับใบรับรองจาก กกต. พร้อมเปิดตัวคณะบริหาร
นายชัชชาติ เปิดเผยว่าถึงแผนปฏิบัติงานเร่งด่วนในช่วง 100 วันแรกนั้น ครอบคลุมการยกระดับคุณภาพชีวิตรอบด้าน โดยในมิติความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล จะมีการออกคำสั่งให้อัปเดตการเปิดเผยข้อมูลในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นและกลิ่นเหม็น รวมถึงพัฒนาระบบ Traffy Fondue ให้ทำงานเชิงรุก โดยประชาชนจะสามารถติดตามความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันได้
ทางด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต มีการออกระเบียบสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กของเอกชน ปรับขีดความสามารถของศูนย์บริการสาธารณสุขเพื่อรองรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่เพิ่มขึ้น 1,300,000 คน และพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน หมอ กทม. โดยตั้งเป้าให้ผู้ป่วยที่นัดหมายใช้เวลารอคอยไม่เกิน 1 ชั่วโมง
ขณะที่มิติด้านสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งเป้าปลูกต้นไม้เพิ่มเติมอย่างน้อย 100,000 ต้น พร้อมตั้งศูนย์จัดการการเผาแบบครบวงจรเพื่อรับมือฤดูฝุ่น และขยายพื้นที่จำกัดการปล่อยมลพิษให้ครอบคลุมรถกระบะและรถ 4 ล้อ นอกเหนือจากนี้ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการแก้ปัญหาน้ำท่วม จะมีการเพิ่มระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะอีก 10 ทางแยก ปรับปรุงป้ายรถเมล์ 300 จุด แก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มอีก 100 จุด จากทั้งหมด 737 จุด และเร่งเตรียมความพร้อมอุโมงค์ระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเขตลาดกระบัง
ส่วนในด้านกฎหมายและระเบียบเมือง จะมีการเสนอข้อบัญญัติต่างๆ เข้าสู่สภา กทม. อาทิ การปรับปรุงอาคารเก่า การสนับสนุนโรงเรียนผู้สูงอายุ การจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับคนไร้บ้าน การจัดการขยะต้นทาง รวมถึงเร่งประชุมคณะกรรมการหาบเร่แผงลอยเพื่อกำหนดจุดผ่อนผันที่เหมาะสม โดยย้ำว่าทั้ง 261 โครงการจะต้องมีผลงานความคืบหน้าให้เห็นภายใน 100 วัน
"ชัชชาติ" เปิดแผน 100 วันแรก เดินหน้า 261 โครงการ ลั่นปราบทุจริตอันดับ 1
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนในประเด็นสำคัญต่าง ๆ โดยประกาศให้การปราบปรามการทุจริตเป็นนโยบายอันดับ 1 และเป็นวาระแห่งชาติ โดยย้ำว่าจะต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง การเลื่อนขั้นต้องมาจากความสามารถและการรับใช้ประชาชนเท่านั้น หากใครมีประวัติไม่โปร่งใสจะหมดสิทธิ์เลื่อนตำแหน่งอย่างเด็ดขาด
ส่วนปัญหาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเป็นภาระหนักของ กทม. เนื่องจากต้องนำเงินงบประมาณไปอุดหนุนค่าจ้างเดินรถที่ขาดทุนปีละเกือบ 5,000 ล้านบาทนั้น แม้สัมปทานส่วนไข่แดงจะกลับมาเป็นของ กทม. ในปี 2572 แต่เนื่องจากมีการทำสัญญาจ้างเดินรถล่วงหน้าไปจนถึงปี 2585 แล้ว ปัจจุบัน กทม. จึงอยู่ระหว่างการเจรจาตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ โดยมีเป้าหมายที่จะต่อรองค่าจ้างเดินรถให้ถูกลง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายลดค่าโดยสารของรัฐบาล
"ชัชชาติ" เปิดแผน 100 วันแรก เดินหน้า 261 โครงการ ลั่นปราบทุจริตอันดับ 1
ส่วนของผังเมืองใหม่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น 60 วัน ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง คาดว่าจะสามารถนำเข้าสภา กทม. ได้ภายในต้นปีหน้า ส่วนโครงการย้ายศาลาว่าการ กทม. ไปยังดินแดง จะใช้วิธีทยอยย้ายและเปิดพื้นที่บางส่วนให้ประชาชนใช้งานก่อน เนื่องจากตึกฝั่งดินแดงยังมีความไม่พร้อมด้านระบบลิฟต์และระบบอัคคีภัย ขณะที่โครงการสะพานข้ามแม่น้ำสำหรับคนเดินและจักรยาน ได้มอบหมายให้ไปทบทวนข้อกฎหมาย การออกแบบ การทำ EIA และรับฟังเสียงจากประชาชนเพื่อเดินหน้าโครงการต่อ
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. ทุกท่านไม่ว่าจะมาจากพรรคใด โดยเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และไม่รู้สึกกังวลกับอาถรรพ์ผู้ว่าฯ สมัยที่สอง โดยจะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับโครงสร้างใหญ่และฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มผลผลิตในการนำพากรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นเมืองชั้นนำระดับโลกที่น่าอยู่สำหรับทุกคน และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดจนนักลงทุนเสมือนเพื่อนและครอบครัว
และช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายชัชชาติ เดินทางมาประชุมที่ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง หารือเกี่ยวกับ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการธุรกิจข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย การบริหารจัดการอาคารเก่า การจัดการปัญหาขยะ และการดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริต
อ่านข่าว :
เปิดตัว 4 รองผู้ว่าฯ กทม. - "จักกพันธุ์" นั่งประธานที่ปรึกษา "ชัชชาติ"
“พิพัฒน์” ลงนามคำสั่งตั้ง คกก.ยกระดับมาตรฐานสนามบิน AOT 6 แห่ง

