แฉคดี "ฮั้ว สว." สาวไส้โพย 10 ชุด คล้ายโมเดลเผด็จการหวังกินรวบประเทศ 

การเมือง
12:36
จำนวนผู้ชม 83
Thai PBS
แฉคดี "ฮั้ว สว." สาวไส้โพย 10 ชุด  คล้ายโมเดลเผด็จการหวังกินรวบประเทศ 
นักวิชาการวิพากษ์คดีฮั้ว สว. แฉ สาวไส้โพย 10 ชุด คล้ายโมเดลเผด็จการ เป็นเผด็จทุนหวังกินรวบประเทศ  ทวี ลั่นขบวนการ ฮั้ว สว.คือบ่อนทำลาย ปชต. ขู่ล้างบางรัฐมนตรี-ข้าราชการสมคบคิด ท้าเปิดหีบคะแนน สมชัยขู่ กกต. เมินหลักฐานโกง ชี้ชัดจ้างสมัคร-แลกคะแนน

วันนี้ (12 ก.ค.2569) ในเวทีเสวนา ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.จัดโดย วิปฝ่ายค้าน มีนักวิชาการมาร่วมแสดงความคิดเห็น ประกอบไปด้วย รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ รศ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.พรรคประชาชาติ มองปัญหานี้เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการเขียนรวบประเทศไทยทุกกลุ่มถือว่าเป็นความฉลาด เพราะซ่อนกลไกในวุฒิสภา ซึ่งจะมีอำนาจในการคุมองค์กรอิสระ หากยึดกลไกนี้ได้ฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลเปรียบก็จะเป็นเป็ดง่อย เมื่อเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ ที่ดีเอสไอดำเนินการ โดยยืนยันว่าหากเป็นรัฐมนตรีต่อจะดำเนินคดีให้หมด เพราะเป็นการสมทบกันทั้งระบบ เพราะมีคนรุ่นใหม่ไปศึกษาระเบียบ กกต. เพื่อหาทางฮั้ว สว. โดยชี้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ดำเนินคดี เช่นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ ที่ขนคน ปัญหาคือคดีมีโพย 10 ชุด ซึ่งจะมีความเหมือนกัน 99%

เรียน กกต. เป็นความท้าทายที่ต้องทำความสะอาดประเทศ ขอให้เปิดหีบบัตร คิดว่าประมาณ 1,300 คน รอบบ่ายคาดว่าใช้เวลาครึ่งวัน และนำนักคณิตศาสตร์ หากกลุ่มเหมือนกัน 5 ตัว เชื่อว่าให้นำกลุ่มนี้ออกไป แล้วตอนเช้ามีกลุ่มพลีชีพตั้งเยอะ

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่ามีการดำเนินคดี 7 ข้อหา ข้อหาแรกดำเนินคดีกับพรรคการเมืองและสส. ที่ไปช่วย สว. ซึ่งมีอยู่ 22 คนส่วนใหญ่อยู่ในคณะรัฐมนตรี ส่วนกลางการพิสูจน์ง่ายมากใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ คิดว่าตอนนี้กินรอบได้แต่ยังขาดที่ยังไม่ได้กินรวบคือสถาบันศาลยุติธรรม ต้องทำให้เรื่องนี้ไปถึงศาลยุติธรรม

รศ.สมชัย ระบุว่าหากกกต. เห็นพยานหลักฐานและยังชี้ว่าไม่ผิดเชื่อว่ากกต. ต้องเตรียมตัวย้ายที่อยู่ พร้อมถามว่า 1. จ้างสมัครหรือออกค่าสมัครให้มีมีความผิดหรือไม่ ตอบว่าผิดเพราะเป็นการให้ประโยชน์ ซึ่งศาลฎีกาชี้แล้วว่าการจ้างสมัครถือว่าผิด 2. การจัดเลี้ยง การจัดหาที่พักหรือออกค่าเดินทาง เช่น ปทุมธานีเพรส กรุงศรีริเวอร์ คือคือที่พัก ค่าลดค่าเครื่องบิน การจัดเลี้ยงถือว่าผิดหมด เพราะการเลือก สส. หรือการเลือกเลือกสว. การให้สัญญาว่าจะให้ ผิดกฎหมายการเลือก สว. เพราะแม้แต่กาแฟแก้วเดียวก็เลี้ยงไม่ได้ 3. แค่พูดว่าแลกเปลี่ยนคะแนนกัน ผิดหรือไม่ ตอบว่าไม่น่าจะผิดแต่ศาลฎีกาชี้แล้วว่าผิด มีคำพิพากษาออกมา

ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการทำให้เซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยุบพรรค สส. ต้องพ้นจากการเป็นสส.

ด้าน รศ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ กล่าวเชิญชวนตัวแทน กกต. ช่วยคิด พร้อมถามหาตัวแทน กกต. ที่มารับฟัง เชื่อว่า กกต. นั่งดูถ่ายทอดสดซึ่งควรจะรับรู้ว่าข้อมูล รวมถึงความคิดความรู้สึกของผู้สะท้อนปัญหา ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินด้วยดี จี้ กกต. มีจิตสำนึกใคร่ครวญเรื่องนี้ให้ดี แล้วเตือนอย่างตรงไปตรงมา ว่าจากที่ได้เรียนรู้ข้อมูลหลักฐานในวันนี้ ว่าในเวทีเสวนาแก้ผ้าร่อนจ้อน เห็นขบวนการชัดเจนตั้งแต่โพย พร้อมหยิบยกว่า สว. ปี 2543 เมื่อเข้าไปทำหน้าที่แล้วถูกแทรกซึมและแทรกซึมจะ รัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตรขณะนั้น และพยานที่มาในวันนี้ให้ข้อมูลทำให้ได้เรียนรู้ เพราะไม่ได้เพียงการจ้างโหวตเตอร์มาโหวต แต่มีการเก็บเกี่ยวระหว่างทาง ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศพยายามซื้อ รวมถึงการหลอกให้ลงคะแนน

อยากจะให้ กกต. และศาลฎีกา คิดว่ามูลเหตุจงใจในการทำครั้งนี้ชัดเจนที่สุด จากพยานเล่าให้ฟัง เช่นการเลือกคนเข้าไปนั่งในองค์กรอิสระ ยังให้การรับรองบุคคลสำคัญเช่นอัยการสูงสุดหรือประธานศาลปกครอง มองเป็นการกินรวบ ต้องการผูกขาดอำนาจรัฐในระบบทุน มองชั่วร้ายไม่ต่างกันไม่ต่างกับเผด็จการโดยปืน ไม่แตกต่างเป็นเผด็จการโดยทุน

โดยชี้ว่ารัฐธรรมนูญ เป็นการเปิดช่องให้คนที่มีเครือข่ายระดับประเทศและมีเงินมหาศาลสามารถจัดได้ ซึ่งเดิมทีตัดสินใจว่าจะสมัคร สว.หรือไม่ แต่เมื่อประเมินและเชื่อว่าจะมีคนจัดขบวนการฮั้ว สว. และมองว่ากลุ่มการเมืองอื่นๆก็ทำแต่อาจจะทำในระดับเล็กๆ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. หากเพิกเฉย หากตส่งฟ้องทั้ง 229 คน ถึงศาลฎีกา สว. ที่โดนด้วยกว่า 100 คนอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ตัวรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่ถูกส่งไปด้วย จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อาจจะไม่ต้อง เพราะกฎหมายระบุให้ สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือศาลฎีกาอื่น และนำไปสู่การร้องจริยธรรมต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่อยู่ในคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

รศ. ปริญญา เทวานฤมิตกุล นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ มธ. กล่าวถึงเรื่อง การเปิดเผยข้อมูลหรือการพาดพิงบุคคลในคดีฮั้ว สว. จากพยาน 4 คน ในวันนี้ กล่าวว่าไม่มีมีความผิดหากเป็นเรื่องจริงไม่ต้องรับโทษหากเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือหากผู้ที่ถูกพาดพิงนั้นสามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้เพื่อที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมสนับสนุนให้พยานเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริงในคดี พร้อมเสนอแนะให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารไปยื่นขอข้อมูลในสำนวนคดีจาก กกต.

หากถึงวัน กกต. ลงมติแต่ไม่ลงมติตามหลักฐาน โดยยกคำร้องหมดหรือส่งเฉพาะบางส่วนต่อศาลฎีกาขัดกับหลักฐานที่มี ตรงนี้ฐานะของความเป็นผู้เสียหายจะเกิดขึ้นทันที

รศ. ปริญญามองว่าการดำเนินการ การสู้ว่า สว. คนใด เข้าดำรงตำแหน่งโดยมิชอบต้องรอ กกต. ลงมติเพราะสิทธิ์ของผู้เสียหายจะเกิดขึ้น หรือในคดีอาญาไม่มีการฟ้องสิทธิของผู้เสียหายก็จะเกิดขึ้นทันที พร้อมเสนอแนะให้แก้ พ.ร.บ. ว่าด้วย กกต. พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนหรือพยานผู้มีหลักฐานออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากพยาน 4 คน ที่มาวันนี้

อ่านข่าว:

รวบแล้ว 32 คน ขบวนการ "พ่อทิพย์" เร่งตามตัว 3 คน ขยายผล 5 รพ.เอกชน

ศาลไม่ให้ประกัน 27 ผู้ต้องหาคดีพ่อทิพย์ สวมสัญชาติไทยให้เด็กชาวจีน

“JIC ไทย”สวนกัมพูชา ปัดละเมิดอธิปไตย ชี้ข้อกล่าวหาเป็นการสรุปฝ่ายเดียว