กระแสสังคมเริ่มจับตาการทำงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หลังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา เสนอให้มีการยุบหรือตัดงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยระบุว่ามีภารกิจซ้ำซ้อน และควรนำงบประมาณไปคืนให้หน่วยงานอื่น และอาจมีความเกี่ยวพัน "คดียิง สส. นราธิวาส”
ต่อมาในวันที่ 8 ก.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยืนยันไม่ยุบ กอ.รมน. เนื่องจากเป็นกลไกรัฐบาล ในการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงได้คล่องตัว แม้จะมีปมประเด็นร้อน แต่ทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงร่วมงานได้อย่างปกติ ขณะที่เดินทางไปเยือนสหพันธรัฐมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9-10 ก.ค. ที่ผ่านมา
กอ.รมน. “อยู่-ยุบ” โครงสร้าง-หน้าที่ ตอบโจทย์ใคร
ประเด็นที่เกิดขึ้นทำให้สังคม “เสียงแตก” มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน โดยฝ่ายสนับสนุนให้ยุบหรือปฏิรูปโครงสร้างเห็นว่า กอ.รมน. เป็นเครื่องมือที่ขยายอำนาจทหารเข้ามาในการเมืองและการปกครองในยามปกติ ซึ่งหน้าที่บังคับใช้กฎหมายควรเป็นของตำรวจและพลเรือนมากกว่า และโครงสร้างมีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ใช้งบประมาณสูงแต่ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ ๆ ยังไม่ชัดเจน
ปรับ-ยุบ "กอ.รมน." ลดบทบาท ภารกิจงานซ้ำซ้อน – ใช้งบมหาศาล
ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและไม่อยากให้ยุบ มองว่า กอ.รมน. ยังจำเป็นในการบูรณาการข้อมูล และกำลังพลระหว่างทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่อ่อนไหว เช่น การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยงานที่สามารถสั่งการ และระดมความช่วยเหลือในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ปรับ-ยุบ "กอ.รมน." ลดบทบาท ภารกิจงานซ้ำซ้อน – ใช้งบมหาศาล
รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองการปกครอง วัฒนธรรมการเมือง และความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่า กอ.รมน. เป็นองค์กรพิเศษอยู่ภายใต้ระเบียบราชการไทย ไม่ได้เป็นแค่หน่วยงานความมั่นคง แต่สะท้อนถึงวิวัฒนาการความมั่นคงตั้งแต่ยุคสงครามเย็น แต่ปัจจุบันเรื่องภัยคุกคามหลากหลายขึ้น
ดังนั้นการจะยุบหรือไม่ยุบ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่ประชาชนตั้งคำถาม แต่มันคือ กอ.รมน. ทำงานคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้ไปปีละกว่า 5,000 ล้านบาทหรือไม่? สอดคล้องกับการที่อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ตั้งคำถามให้มีการยุบ กอ.รมน. น่าจะมาจากการที่ได้สัมผัส และเสียงสะท้อนของคนในพื้นที่ภาคใต้
“ประเทศไทยไม่ได้ไม่ต้องการความมั่นคงของคนในพื้นที่ แต่ข้อวิจารณ์เกิดจากคำถาม? ว่า…“โครงสร้างที่มีอยู่ตอบโจทย์หรือไม่” เพราะจากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมามีการสวมชื่อเพื่อเข้ารับตำแหน่ง โดยไม่ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะได้เงินได้ตำแหน่งยังทวีคูณอายุราชการจากสิทธิพิเศษ กอ.รมน.”
ภารกิจซ้ำซ้อน งบ 5,000 ล้านบาท ไม่คุ้มค่า?
ประเด็นความซ้ำซ้อนของภารกิจที่หลายคนมอง นั่นก็เพราะในด้านต่าง ๆ จะมีหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), กลาโหม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
ปรับ-ยุบ "กอ.รมน." ลดบทบาท ภารกิจงานซ้ำซ้อน – ใช้งบมหาศาล
ในส่วนอำนาจ กอ.รมน. อดีตที่ผ่านมาต้องรับมือภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันถูกขยายภารกิจและแทรกซึมไปอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ประเด็นเรื่องยาเสพติด ข่าวสาร ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการปรองดองในสังคม “เราจะเห็นในเพจ กอ.รมน. จังหวัดต่าง ๆ จะมีการจัดคอนเสิร์ต ประกวดร้องเพลง โดยอ้างว่าเพื่อความปรองดอง” ดังนั้นการขยายบทบาทในลักษณะนี้จึงทำให้เกิดความสับสนจากสังคมว่า หน่วยงานนี้มีการทำงานรูปแบบไหน จนขยายไปถึงการตั้งคำถามจากสังคมถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ ที่ได้รับการสนับสนุนในแต่ละปี
แม้ว่างบประมาณจะลดลงตั้งแต่ปี 2568 จาก 6,000 กว่าล้านบาท เหลือ 5,000 กว่าล้านบาท แต่ก็ยังถือว่าเป็นงบประมาณที่สูง ..คำถาม.. ไม่ใช่งบประมาณน้อยหรือมาก แต่งบประมาณที่ได้รับกับผลลัพธ์ความมั่นคงมากเพียงใด ดูได้จาก กอ.รมน. พื้นที่ภาคใต้ได้รับงบประมาณไปกว่า 80-85% โดยผลสัมฤทธิ์ที่เห็นได้ชัดยังไม่เกิดขึ้น
กอ.รมน. บนความคาดหวัง “ชาวบ้าน-การเมือง”
..ส่วนที่มีคนตั้งคำถาม กอ.รมน. มีความสำคัญกับฝ่ายการเมืองมากเพียงใด โดยเฉพาะรัฐบาล?…
รศ.เอกรินทร์ กล่าวว่า ต้องแยกให้ชัดทางกฎหมาย ซึ่งหากคิดว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานความมั่นคง ก็ไม่ควรมีบทบาทไปติดตาม หรือรับคำสั่งจากฝ่ายการเมือง แต่ต้องยึดมั่นในภารกิจให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นเมื่อการเมืองเปลี่ยนในแต่ละยุคสมัย กอ.รมน. ก็จะต้องเปลี่ยนบทบาทไปตามลักษณะการเมือง ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และจะยิ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจของประชาชนมากขึ้น
ปรับ-ยุบ "กอ.รมน." ลดบทบาท ภารกิจงานซ้ำซ้อน – ใช้งบมหาศาล
ส่วนคำถามที่ว่า “ยุบ หรือไม่ยุบ” อาจจะต้องทบทวนภารกิจของหน่วยงานให้ชัดเจน งานใดที่ซ้ำซ้อนก็โอนให้หน่วยงานอื่น รวมถึงการจำกัดขอบเขตอำนาจรัฐ ควรแยกภารกิจด้านความมั่นคงออกจากภารกิจพลเรือนให้ชัดเจน และจะได้รับการตรวจสอบผลงานจากตัวชี้วัด ด้วยงบประมาณที่ได้รับกว่า 5,000 กว่าล้านบาท สิ่งสำคัญคือการปรับแนวคิดความมั่นคง เนื่องจากภัยคุกคามในปัจจุบันมันมีหลากหลาย ภาคใต้ก็เป็นรูปแบบหนึ่ง ที่มีหน่วยงานความมั่นคงเยอะมาก ทั้งภารกิจลับและไม่ลับ
“งบประมาณกว่า 85% ในภาคใต้ แต่จากการสัมผัสบรรยากาศในพื้นที่ กลายเป็นว่า กอ.รมน. ไม่ได้สร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน แต่กลับมีความห่างเหินระหว่างรัฐกับประชาชนมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องปรับชุดความคิดเรื่องความมั่นคงครั้งใหญ่ของประเทศ”
อ่านข่าว
“รองอธิบดี สถ.” เล็งเรียกคืนเงินเดือนกลุ่ม 3,621 คน หลังให้พ้นราชการปมทุจริตสอบท้องถิ่น
กทม.สั่งปิดชั่วคราว 3 ร้านดัง ไร้มาตรฐานความปลอดภัย สแกนเข้ม 50 เขต
กสถ.นัดถกพรุ่งนี้ 17 ก.ค. ถอดถอนบรรจุข้าราชการล็อตแรก 3,621 คน
