วันนี้ (17 ก.ค.2569) รายงานจากรัฐบาลแคนาดาระบุว่า พบจุดไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 858 จุด ซึ่งในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 111 จุดที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยพื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในกลุ่มรัฐตอนกลางของประเทศ ได้แก่ รัฐมานิโทบา รัฐซัสแคตเชวัน และรัฐออนแทรีโอ ส่งผลให้ฤดูไฟป่าในปีนี้สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่าไม้ไปแล้วกว่า 15 ล้านไร่
แม้ว่าตัวเลขความเสียหายดังกล่าวจะยังน้อยกว่าสถิติประวัติศาสตร์ในปี 2566 ที่เคยถูกเผาทำลายไปเกือบ 112 ล้านไร่ก็ตาม แต่อัตราการลุกลามที่ยังไม่หยุดยั้งสร้างความกังวลให้แก่ฝ่ายบริหารและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยเป็นอย่างมาก
ผลกระทบจากไฟป่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสูญเสียพื้นที่สีเขียว แต่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง โดยมีการเผยแพร่ภาพบันทึกเหตุการณ์นาทีระทึกขวัญของพนักงานรถไฟแคนาดา ขณะที่ขบวนรถไฟจำเป็นต้องวิ่งฝ่ากระแสเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างน่ากลัวใกล้กับเขตอาร์มสตรองในรัฐออนแทรีโอ ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณตะเข็บชายแดนสหรัฐฯ แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะยืนยันว่าพนักงานบนขบวนรถดังกล่าวปลอดภัยดี แต่เหตุการณ์นี้ส่งผลให้การให้บริการรถไฟในพื้นที่ต้องหยุดชะงักลงทันที
นอกจากนี้ ทางการยังมีคำสั่งด่วนให้ระงับการเดินรถไฟทุกขบวนที่บรรทุกวัตถุไวไฟและสารที่ติดไฟได้ง่ายในเขตอันตราย เพื่อป้องกันอุบัติภัยซ้ำซ้อนจากเปลวเพลิงที่อาจลุกลามมาถึง
ควันพิษปกคลุมโทรอนโต คุณภาพอากาศวิกฤตสีส้ม
กระแสลมที่พัดกรรโชกแรงได้หอบเอาหมอกควันพิษหนาทึบจากการเผาไหม้ลอยเข้าปกคลุมน่านฟ้าเหนือโทรอนโต เมืองเอกของรัฐออนแทรีโอ จนทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างวิกฤต โดยหน่วยงานสิ่งแวดล้อมแคนาดา ได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในระดับสีส้ม ชี้ว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการให้ชาวเมืองจำกัดการทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประชาชนบางส่วนที่จำเป็นต้องเดินทางหรือสวมหน้ากากอนามัยเพื่อพาสัตว์เลี้ยงและออกกำลังกายท่ามกลางสภาพอากาศที่ย่ำแย่ ซึ่งคาดว่าสภาพหมอกควันเช่นนี้จะดำเนินต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
นายกนัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และยืนยันว่ารัฐบาลกลางกำลังประสานงานกับส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งความช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน
"ดีทรอยต์" อากาศแย่สุดในโลก ผลกระทบหมอกควันไฟป่าแคนาดาข้ามแดน
ภัยพิบัติข้ามแดน ควันพิษถล่มเมืองใหญ่สหรัฐฯ
กลุ่มควันมหาศาลไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในแคนาดา แต่ได้ลอยข้ามพรมแดนลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่พื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชากรข้ามชาติอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงจนกลายเป็นเมืองที่มีอากาศย่ำแย่ที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่นเดียวกับที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ และรัฐมินนิโซตา ที่ท้องฟ้าถูกบดบังด้วยหมอกควันสีสลัวจนทางการต้องประกาศเฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิด
ขณะที่นครนิวยอร์ก นายกเทศมนตรีได้ออกแถลงการณ์ด่วนขอความร่วมมือให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ทารก ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและหอบหืด ให้หลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น และต้องสวมหน้ากากอนามัยที่กรองฝุ่นละอองได้สูงทุกครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ปนเปื้อนควันไฟป่านี้ถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ทุกคน
"ดีทรอยต์" อากาศแย่สุดในโลก ผลกระทบหมอกควันไฟป่าแคนาดาข้ามแดน
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ มรสุมปกคลุมไทยตอนบน เหนือ-ตะวันออกฝนหนักบางแห่ง
จับหนุ่มโยงคดีซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก จ้างหิ้วไปญี่ปุ่น ออกหมายจับ 4 คน
นายกฯ เรียกถกด่วน “มท.-ตร.-พณ.” เร่งคดีโกงสอบท้องถิ่น -นอมินีต่างชาติ-รุกที่ดินภูเก็ต ก่อนเยือนจีน









