วันนี้ (23 ก.ค.2569) ผลกระทบจากการคัดกรองสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ไม่ได้สร้างความกังวลให้แก่ประชาชนผู้ตกเกณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการ
ขณะนี้ร้านค้าในหลายพื้นที่เริ่มสะท้อนความกังวลว่า ยอดขายและกำลังซื้อของคนในท้องถิ่นอาจลดลงอย่างหนัก จนทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องเตรียมรับมือด้วยการปรับลดปริมาณการสั่งซื้อและสต็อกสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่ลดลง
ร้านค้านนทบุรีจ่อหั่นสต็อกสินค้า
ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบว่า ยังคงมีประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยผ่านสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าที่ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประมาณ 6,000-7,000 คน/เดือน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนลูกค้าทั้งหมด
ดังนั้น หากจำนวนผู้ได้รับสิทธิลดลง ย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายของร้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งมาตรการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการไทยช่วยไทยพลัสกำลังจะสิ้นสุดลง ทำให้ร้านค้าต้องวางแผนปรับลดสต็อกสินค้าลงเพื่อลดภาระต้นทุน
สุพรรณฯ-ราชบุรี หวั่นลูกค้าหาย เสนอต่อสิทธิบัตรเดิม
ผู้ประกอบการร้านค้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใน จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า เริ่มเห็นสัญญาณกำลังซื้อของคนในชุมชนลดลง หลังประชาชนจำนวนมากไม่ผ่านการคัดกรองสิทธิรอบใหม่ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของร้านค้า
ขณะที่ผู้ประกอบการใน จ.สุพรรณบุรี ระบุว่า จำนวนลูกค้าลดลงมากกว่าครึ่ง เนื่องจากลูกค้าประจำหลายรายแจ้งว่าไม่ผ่านการคัดกรอง และไม่ได้รับสิทธิเหมือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่า รัฐบาลควรเลือกพิจารณาคัดกรองเฉพาะผู้ที่ยื่นขอรับสิทธิรายใหม่เท่านั้น ส่วนผู้ที่ถือบัตรเดิมอยู่แล้วควรได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีความจำเป็นต้องใช้เงินดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้สะท้อนถึงปัญหากระบวนการทำงานของภาครัฐ โดยระบุว่า แม้จะเห็นด้วยกับการคัดกรองเพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ยากจนจริง แต่ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบันสร้างภาระให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงอยากให้ภาครัฐทบทวนขั้นตอนเพื่อให้ผู้เดือดร้อนเข้าถึงสิทธิได้สะดวกที่สุด
พร้อมทั้งย้ำว่า ที่ผ่านมาผู้ถือบัตรมักนำสิทธิไปใช้กับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ แต่โครงการกระตุ้นอย่างไทยช่วยไทยพลัสสามารถช่วยกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ร้านค้าชุมชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากให้คงอยู่ได้
อ่านข่าว :
ถึงขั้นใส่หมวกกันน็อกคุย ชาวบ้านผวามือปริศนายิงลูกแก้วป่วนชุมชน
วงจรปิดจับนาทีถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี พบกระบะก่อเหตุถูกเผาทำลายหลักฐาน
สภาพอากาศวันนี้ เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ไทยตอนบนฝนตกหนัก 60-70%









