วันนี้ (23 ก.ค.2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 8/2569 (ครั้งที่ 84) ว่า ในวันนี้ที่ประชุมพิจารณาสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก และต้นทุนการกลั่นในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.ค.2569 ซึ่งพบว่ายังคงมีผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่เป็นระยะ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน และค่าการกลั่นยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
โดยที่ประชุม กบง. ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสม ในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เคยให้ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น โดยกำหนดสมมติฐานปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย (เบนซินและดีเซลหมุนเร็ว) ณ เดือนมิ.ย.2569 อยู่ที่ 91.03 ล้านลิตรต่อวัน สามารถประมาณการมูลค่าของผลประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1 - 15 ก.ค.2569 ตามหลักการของ คตร. ได้ประมาณ 3,892 ล้านบาท นำมาช่วยเป็นส่วนลดของราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น สำหรับดีเซลหมุนเร็ว
ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 ลง 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. ถึงวันที่ 15 ส.ค.2569 พร้อมเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เรื่องการปรับลดราคา โรงกลั่น และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
การกำหนดส่วนลดดังกล่าว อยู่บนหลักการนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันมาใช้ บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดภาระของกองทุนน้ำมัน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ตลาด และไม่กระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้การส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภคเป็นไปอย่างเป็นธรรม และยังคงรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ
อ่านข่าว:
กบน.เคาะปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 90 สตางค์/ลิตร มีผล 23 ก.ค.
ปตท-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน 85 สตางค์/ลิตร มีผล 22 ก.ค.
ดอกเบี้ยสูง-เศรษฐกิจไทยเปราะบาง KKPชี้ยุค AI หนุนตลาดใกล้ถึงจุดเปลี่ยน
