วันนี้ (24 ก.ค.2569) นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (สทช.10) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มอบหมายให้ น.ส.ณัฐลภัส บุญใหญ่ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดกระบี่ นำเจ้าหน้าที่ ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) และศูนย์เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก (พะยูน) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบซากพะยูนเกยตื้น บริเวณแหลมสนหนา หมู่ 1 ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หลังได้รับแจ้งจาก นายยงยุทธิ์ ฝั่งขวา กำนันตำบลเกาะศรีบอยา
เร่งตรวจสอบ "ซากพะยูน" เกยตื้นที่กระบี่ พบถูกตัดเขี้ยว 2 ข้าง
จากการตรวจสอบ พบพะยูนตัวผู้ ความยาวลำตัว 296 เซนติเมตร สภาพซากเริ่มเน่า แต่ร่างกายยังสมบูรณ์ดี มีเพียงรอยถลอกจากการเกยตื้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าพะยูนถูกเขี้ยวตัดหายไปทั้ง 2 ข้าง และมีบาดแผลจากของมีคมบริเวณช่องปาก สันนิษฐานว่าเป็นการเลาะเขี้ยวภายหลังพะยูนตายแล้ว จึงเคลื่อนย้ายซากไปยัง ศวอล. เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด
เร่งตรวจสอบ "ซากพะยูน" เกยตื้นที่กระบี่ พบถูกตัดเขี้ยว 2 ข้าง
สำหรับพะยูน เป็นสัตว์ป่าสงวน และเป็นสัตว์ทะเลหายากที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศหญ้าทะเล การลักลอบตัดเขี้ยวหรือกระทำต่อซากพะยูน ถือเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เมื่อเวลา 11.36 น. วันนี้ (24 ก.ค.) ที่ สภ.คลองขนาน เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โดยผู้กระทำผิดมีโทษจำคุก 3–15 ปี หรือปรับ 300,000–1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เร่งตรวจสอบ "ซากพะยูน" เกยตื้นที่กระบี่ พบถูกตัดเขี้ยว 2 ข้าง
อ่านข่าว :
เตือน 9 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม 24-26 ก.ค.นี้
“อนุทิน” โยนถาม “พิพัฒน์” เหตุ “สันติ ปิยะทัต” ลาออกผู้ช่วยรัฐมนตรี
