ทบ. ออกโรงโต้ UN ย้ำไทยไม่ใช่ผู้เปิดฉากความขัดแย้ง

การเมือง
18:36
จำนวนผู้ชม 92
Thai PBS
ทบ. ออกโรงโต้ UN ย้ำไทยไม่ใช่ผู้เปิดฉากความขัดแย้ง
ทบ.ออกโรงโต้รายงานผู้แทนพิเศษ UN ย้ำไทยไม่ใช่ผู้เริ่มความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ตัวเลขผู้พลัดถิ่น 6.5 แสนคนเป็นการบิดเบือน เผยส่วนใหญ่กลับบ้านแล้วหลังหยุดยิง แรงงาน 9 แสนคนกลับประเทศด้วยความสมัครใจ ขอ UN รับฟังข้อมูลรอบด้านอย่างเป็นกลาง

วันนี้ (4 ส.ค.2569) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจ (End of Mission Statement) ของ ทอม แอนดรูว์ส ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่า ด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ภายหลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนประเทศกัมพูชาระหว่างวันที่ 20–31 ก.ค.2569 ซึ่งเนื้อหาในแถลงการณ์ดังกล่าวได้มีการกล่าวพาดพิงถึงประเทศไทย ในบริบทของสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นสร้างความขัดแย้งแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายกัมพูชาต่างหาก ที่เป็นผู้สร้างความขัดแย้งในทุกรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้อาวุธและกำลังทหารรุกล้ำละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนไทยเป็นวงกว้าง

สถานการณ์วิกฤตดังกล่าวบีบบังคับให้ฝ่ายไทย จำเป็นต้องใช้สิทธิในการตอบโต้ เพื่อป้องกันตนเองตามหลักสากล และเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากเหตุการณ์สู้รบ ทำให้ต้องมีการจัดตั้งศูนย์อพยพหรือแหล่งพักพิงชั่วคราว เพื่อเคลื่อนย้ายประชาชนของทั้งสองประเทศออกนอกพื้นที่เสี่ยงภัย

โต้ตัวเลขบิดเบือน 6.5 แสนคน เผยปชช.กลับภูมิลำเนาหลังหยุดยิง

ในประเด็นเรื่องตัวเลขผู้พลัดถิ่น ที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามนำเสนอต่อสังคมโลก โดยอ้างว่ามีจำนวนสูงถึง 650,000 คนนั้น พล.ต.วินธัย ระบุว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง เพราะในความเป็นจริง ตัวเลขดังกล่าวคือจำนวนประชาชนกัมพูชา ที่ย้ายเข้าสู่แหล่งพำนักชั่วคราวเพื่อหนีภัยการสู้รบเท่านั้น

ขณะที่ฝั่งประเทศไทยเอง ก็มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนต้องย้ายเข้าศูนย์อพยพเป็นจำนวนเกือบ 500,000 คนเช่นเดียวกัน ซึ่งภายหลังจากการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 ประชาชนส่วนใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่าย ก็ได้ย้ายกลับเข้าสู่ที่พำนักตามปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงกลุ่มประชาชนกัมพูชา ที่ไม่สามารถกลับเข้าสู่พื้นที่เดิมได้นั้น มีจำนวนเพียงประมาณ 4,690 คนเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมประชาชนใน 3 พื้นที่ ได้แก่

  • พื้นที่บ้านหนองจาน 500 หลังคาเรือน (ประมาณ 1,040 คน)
  • พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว 60 หลังคาเรือน (ประมาณ 150 คน)
  • พื้นที่บ้านคลองแผง 389 ครัวเรือน (ประมาณ 3,500 คน)

ซึ่งประชาชนกลุ่มนี้คือส่วนหนึ่งของผู้ที่เข้ามารุกล้ำตั้งบ้านเรือน และชุมชนในเขตอธิปไตยของไทย โดยผิดกฎหมายมานานกว่า 40 ปี โดยได้รับความยินยอมและการสนับสนุนจากรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายไทยพยายามแก้ไขปัญหาผ่านกลไก MOU 43 และกฎหมายฝ่ายปกครองมาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา

แรงงาน 9 แสนคนกลับด้วยความสมัครใจ วอน UN วางตัวเป็นกลาง

สำหรับกรณีประเด็นแรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ ซึ่งผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีจำนวนมากถึง 900,000 คนนั้น กองทัพบกขอยืนยันว่า แรงงานทั้งหมดเดินทางกลับด้วยความสมัครใจของตนเอง

เนื่องจากตอบรับคำเชิญชวนของรัฐบาลกัมพูชา ที่เรียกร้องให้แรงงานเดินทางกลับประเทศ ไม่ได้เกิดจากการบังคับหรือขับไล่โดยฝ่ายไทยแต่ประการใด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญและดูแลสวัสดิภาพของแรงงานกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานในไทยด้วยดีมาโดยตลอด

โฆษกกองทัพบก กล่าวย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลกัมพูชา จะต้องยอมรับความเป็นจริง หันมาใส่ใจดูแลประชาชนของตนเองอย่างจริงจัง แทนการปล่อยข่าวบิดเบือนต่อประชาคมโลก เพื่อหวังทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยใช้ความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

พร้อมกันนี้ กองทัพบกคาดหวังให้องค์กรและกลไกพิเศษของสหประชาชาติ (UN) ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง นำเสนอข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบร่วมกันจากทั้ง 2 ฝ่ายอย่างรอบด้าน ไม่ใช่อิงตามข้อมูลจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว

อ่านข่าว :

คุมตัว 6 จำเลยคดียิง สส.กมลศักดิ์ ขึ้นศาลนราธิวาส นัดตรวจพยานหลักฐาน

รวบ 4 ผู้ต้องหากลางกรุง ยึดไอซ์ 8 ลัง โยงเครือข่ายซุกในกระปุกมะขามเปียก

"ปกรณ์" ยันเดินหน้าตามกฎหมาย ปม "นพ.สรณ" หลุดประธาน กสทช.