วันนี้ (4 ส.ค.2569) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการนำความขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังจากที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติว่า นพ.สรณ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งดังกล่าว
นายปกรณ์ ระบุว่า ในขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้อง และข้อกฎหมายอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะส่งเรื่องดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ สามารถนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ทันทีเลยหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวย้ำว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งบทบาทของรัฐบาลและนายกฯ ในกรณีนี้ ทำได้เพียงเท่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้ และไม่สามารถกระทำการนอกเหนือจากที่กฎหมายระบุได้เลย
ฟ้องศาลปกครองไม่ช่วยอะไร
ส่วนกรณีที่ นพ.สรณ ยื่นเรื่องคัดค้านมติของคณะกรรมการสรรหาต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างว่ามติฉบับดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอาจถูกมองว่าจะส่งผลให้การนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ต้องหยุดชะงักลงหรือไม่นั้น
รองนายกฯ ชี้แจงว่า ในกฎหมาย กสทช. เขียนข้อกำหนดเกี่ยวกับผลของการฟ้องคดีไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า การยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ไม่ได้มีผลบังคับให้กระบวนการตามขั้นตอนกฎหมายต้องหยุดลงแต่ประการใด
นายปกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ยังคงต้องดำเนินหน้าต่อไปตามกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือหรือกลั่นแกล้งฝ่ายใด เนื่องจากในตำแหน่งประธาน กสทช. นั้น คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้คัดเลือกและเสนอชื่อให้วุฒิสภา เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ ก่อนจะส่งต่อมายังนายกฯ เพื่อทำหน้าที่นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ตามกฎหมาย
ดังนั้น นายกฯ จึงมีหน้าที่เพียงแค่เป็นผู้ประสานนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เท่านั้น ส่วนกระบวนการสรรหาจะถูกหรือผิดอย่างไร รัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสรรหาตั้งแต่ต้น
บางคนบอกว่าผมช่วย บางคนก็ว่าผมแกล้ง ผมก็งง ทั้งที่ทำตามกฎหมาย
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อน เนื่องจากไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 สำหรับเรื่องในลักษณะนี้ เมื่อหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ก็ได้รับคำแนะนำและเหตุผลในทิศทางเดียวกันว่า ต้องทำเรื่องนี้ให้มีความมั่นใจและถูกต้องที่สุด โดยส่วนตัวจึงไม่ได้มีความกังวลใจใด ๆ
สำหรับประเด็นคำถามที่ว่า ในการนัดประชุมคณะกรรมการ กสทช. นพ.สรณ ยังคงมีคุณสมบัติและสิทธิ์ในการทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมอยู่หรือไม่นั้น นายปกรณ์ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องภายในที่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของ กสทช. เอง ทางฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล ไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระได้
อ่านข่าว :
ปธ.วิปฝ่ายค้าน เปิด 5 พฤติกรรม กกต.ส่อไม่น่าไว้วางใจ หวั่นล้มคดีฮั้ว สว. ไม่ถึงศาล
ผบ.ตร. สั่งสอบปมพยานชี้ "ป๋อง" เป็นสายตำรวจ ยันฟันอาญาไม่เว้นแม้เกษียณ
เกาหลีเหนือแนะกิน "ซุปเนื้อสุนัข" สู้คลื่นความร้อน ย้ำเป็นอาหารบำรุงร่างกาย
