"ทรัมป์" ไม่พอใจ ยักษ์ใหญ่พลังงานอเมริกัน ฟันกำไรมหาศาลจากศึกอิหร่าน

ต่างประเทศ
20:09
จำนวนผู้ชม 66
Thai PBS
"ทรัมป์" ไม่พอใจ ยักษ์ใหญ่พลังงานอเมริกัน ฟันกำไรมหาศาลจากศึกอิหร่าน
ทรัมป์ ไม่พอใจต่อผลกำไรที่พุ่งสูงของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ในสหรัฐฯ หลังสงครามอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น เรียกร้องให้ลดราคาขายปลีกและแบ่งคืนผลกำไรให้ประชาชน ขณะที่บริษัทน้ำมันชั้นนำในหลายประเทศต่างรายงานผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

วันนี้ (4 ส.ค.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังจากได้รับทราบรายงานผลประกอบการและกำไรอันมหาศาล ของบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันระดับโลก โดยทรัมป์ ระบุว่า บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่เหล่านี้ มีรายได้เพิ่มขึ้นในระดับที่ "มากเกินไป" ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตความขัดแย้งกับอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน

ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมา ให้บริษัทน้ำมันเหล่านี้ เช่น เชฟรอน และ เอ็กซอน โมบิล ให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันลงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งพิจารณานำผลกำไรบางส่วนคืนกลับสู่สาธารณชน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและช่วยเหลือประชาชน ที่กำลังได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำมันแพงในปัจจุบัน

"เชฟรอน" โตเกือบ 400% - "เอ็กซอน" ฟันเฉียด 5 แสนล้าน

ความเคลื่อนไหวและท่าทีตึงเครียดจากผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากบริษัทน้ำมันชั้นนำของอเมริกาอย่าง เชฟรอน และ เอ็กซอน โมบิล เปิดเผยรายงานผลการดำเนินงานและผลกำไรในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างน่าตกใจ

โดยทาง เชฟรอน รายงานผลกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 400,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการพุ่งสูงขึ้นเกือบร้อยละ 400 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นมีกำไรอยู่ที่ราว 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

ขณะที่ เอ็กซอน โมบิล ก็มีผลประกอบการที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยโชว์ผลกำไรไตรมาสที่ 2 รวมสูงถึง 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 480,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดกำไรที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ปัจจัยหลักที่ดันให้ตัวเลขผลกำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์เช่นนี้ มาจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปะทุขึ้นของสงครามกับอิหร่าน ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พิษสงครามดันกำไรกระจายทั่วโลก

ไม่เพียงแต่บริษัทน้ำมันในฝั่งสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากวิกฤตครั้งนี้ แต่บริษัทพลังงานข้ามชาติยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอื่น ต่างก็รายงานผลกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดสอดคล้องกันทั่วโลก

ทางด้าน บีพี (BP) บริษัทน้ำมันสัญชาติอังกฤษ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากระดับ 1,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีก่อนหน้า ขึ้นมาแตะระดับ 3,910 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของ อารามโก (Aramco) ยักษ์ใหญ่พลังงานแห่งรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย รายงานว่า กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบในกระบวนการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ว่าอารามโกจะต้องเผชิญกับอุปสรรค และผลกระทบอย่างหนักจากการที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ซึ่งสร้างความยากลำบากต่อการขนส่งเชื้อเพลิงและลำเลียงทางเรือในภูมิภาคดังกล่าวก็ตาม

อ่านข่าว :

ลอบวางระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เบื้องต้นไร้เจ็บ

เช็กขั้นตอน-แนวปฏิบัติ พาคนไทยกลับบ้าน กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ

ไทย ดวล ฟิลิปปินส์ ฟุตบอลอาเซียน คัพ 2026