วันนี้ (5 ส.ค.2569) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีต รมว.ยุติธรรม เสนอความเห็นให้ยุบ กอ.รมน. ว่า เป็นข้อเสนอที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้านและไม่ควรมองหน่วยงานความมั่นคงเพียงมิติการเมือง
เลขาธิการ กอ.รมน. ระบุว่า กอ.รมน.ไม่ได้ทำงานเฉพาะด้านความมั่นคงแบบเดิม แต่มีบทบาทประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสถานการณ์ชายแดน ภัยพิบัติ น้ำท่วม ไฟป่า แผ่นดินไหว การช่วยเหลือประชาชนและการดูแลความปลอดภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งหลายภารกิจเป็นงานเบื้องหลังที่ไม่ปรากฏเป็นกระแส แต่เจ้าหน้าที่ลงมือทำจริงในภาวะวิกฤต
สำหรับข้อวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กอ.รมน. จำนวน 5,737,390,300 บาทนั้น งบดังกล่าวประกอบด้วย 7 แผนงาน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ งบบุคลากรภาครัฐ จำนวน 766,333,400 บาท, งบแก้ไขปัญหาอื่นๆ จำนวน 615,809,100 บาท และงบยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 4,355,247,800 บาท ซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ที่สุด
สำหรับงบจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนใหญ่เป็นงบตามสิทธิด้านกำลังพลและงบดำเนินงาน ที่เหลือเป็นงบเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของกำลังพล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นงบที่ไม่มีเหตุผล โดยไม่ดูภารกิจจริงและบริบทของพื้นที่
ทั้งนี้ กำลังพลประจำของ กอ.รมน. มีข้าราชการประจำ 127 คน พนักงานราชการ 163 คนและลูกจ้างชั่วคราว 2 คน ส่วนที่เหลือเป็นกำลังพลที่มาช่วยราชการจากเหล่าทัพ ตำรวจและข้าราชการพลเรือน ซึ่งช่วยประหยัดงบบุคลากรในการปฏิบัติงานได้จำนวนมาก
การวิจารณ์หน่วยงานทำได้ แต่ควรอยู่บนข้อมูลครบถ้วน หากจะปรับปรุงก็ควรเสนอแนวทางให้ชัด ไม่ใช่สรุปปลายทางเพียงคำว่ายุบ เพราะเจ้าหน้าที่จำนวนมากทำงานร่วมกับจังหวัด ทหาร ตำรวจ พลเรือนและชุมชนในพื้นที่เสี่ยง
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยังกล่าวถึงกรณีมีการหยิบยกคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติ มาเชื่อมโยงกับการวิจารณ์ กอ.รมน. ว่า คดีอาญาควรเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน อัยการและศาล พิจารณาตามพยานหลักฐาน ไม่ควรนำเหตุรุนแรงหรือความสูญเสียของประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อโจมตีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยรวม
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า พ.ต.อ.ทวี เคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายช่วง ทั้งในฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานความมั่นคง หากเห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ควรเสนอแนวทางแก้ไขตั้งแต่ช่วงที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง เพราะการออกมาพูดภายหลังเมื่อพ้นตำแหน่งแล้ว ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามว่าเป็นข้อเสนอเพื่อปฏิรูปจริง หรือเป็นประเด็นทางการเมือง
เลขาธิการ กอ.รมน. กล่าวอีกว่า สิ่งที่ควรทำคือประเมินบทบาท กอ.รมน.อย่างเป็นธรรม จุดใดซ้ำซ้อนก็ปรับ จุดใดต้องเพิ่มประสิทธิภาพก็แก้ไข แต่ไม่ควรทำให้คนทำงานเพื่อประเทศเสียกำลังใจจากวาทกรรมทางการเมือง เพราะสุดท้ายผู้ได้รับผลกระทบคือประชาชนในพื้นที่
อ่านข่าว :
นัดแรก "รัฐบาลอนุทิน" จัด ครม.สัญจรสงขลา 31 ส.ค. - 1 ก.ย.นี้
กสถ.ลุยล้างบางทุจริตสอบท้องถิ่น เชือด 5,925 คน แนวทางปฏิบัติชัด ส.ค.นี้
