ยกเลิกกฎ 7 กก. Jetstar เรียกเก็บค่าช่องเก็บสัมภาระ หวังลดเที่ยวบินดีเลย์

ต่างประเทศ
19:58
จำนวนผู้ชม 54
Thai PBS
ยกเลิกกฎ 7 กก. Jetstar เรียกเก็บค่าช่องเก็บสัมภาระ หวังลดเที่ยวบินดีเลย์
สายการบินราคาประหยัด Jetstar เตรียมยกเลิกเกณฑ์น้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง 7 กก. เปลี่ยนมาคิดค่าธรรมเนียมช่องเก็บของเหนือศีรษะเริ่มต้น 575 บาท จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล ทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายไม่เห็นด้วย

วันนี้ (5 ส.ค.2569) BBC รายงาน สายการบินราคาประหยัด "เจ็ทสตาร์" (Jetstar) จากประเทศออสเตรเลีย ประกาศปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเกี่ยวกับสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง (Carry-on Luggage) ครั้งใหญ่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ก.พ.2570 โดยสายการบินจะยกเลิกข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักสัมภาระ ถือขึ้นเครื่องเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 7 กิโลกรัม แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบเลือกชำระเงินตามการใช้งานช่องเก็บของเหนือศีรษะแทน

ภายใต้นโยบายใหม่นี้ ผู้โดยสารทุกคนยังคงได้รับสิทธิในการนำสัมภาระขนาดเล็กจำนวน 1 ใบติดตัวขึ้นเครื่องได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขว่ากระเป๋าใบดังกล่าวต้องมีขนาดเล็กพอที่จะวางไว้ใต้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าได้ แต่หากผู้โดยสารมีความประสงค์จะนำกระเป๋าขนาดใหญ่ขึ้นไป จัดเก็บในช่องเก็บของเหนือศีรษะ (Overhead Locker) จะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งบริการนี้จะมาพร้อมกับสิทธิการขึ้นเครื่องก่อน (Priority Boarding)

ทางด้านราคาค่าบริการ สายการบินระบุว่า อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับช่องเก็บของเหนือศีรษะจะเริ่มต้นที่ 25 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 575 บาท สำหรับเส้นทางบินระยะสั้น เช่น จากลองเซสตัน-ซิดนีย์

ขณะที่เส้นทางบินระยะไกล เช่น จากแคร์นส์-โตเกียว ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 52 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1,196 บาท

โฆษกของสายการบินเปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่า ราคาดังกล่าวเป็นอัตราประเมินขั้นต้น โดยค่าบริการจริงอาจปรับเพิ่มขึ้น ตามปริมาณความต้องการในแต่ละเที่ยวบิน ซึ่งจากการสำรวจเที่ยวบินเส้นทางซิดนีย์ไปยังโอซากะ พบว่าราคาค่าบริการสัมภาระเหนือศีรษะพุ่งสูงถึง 60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,100 บาท ต่อเที่ยวบิน

อย่างไรก็ตาม สายการบินจะไม่สุ่มชั่งน้ำหนักกระเป๋าบริเวณประตูขึ้นเครื่องเป็นประจำเหมือนในอดีต แต่ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารควบคุมน้ำหนักกระเป๋า ให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 10 กิโลกรัม เพื่อให้สามารถยกขึ้นจัดเก็บด้วยตนเองได้

เจ็ทสตาร์ชี้แจงว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้เป็นผลมาจากการวิจัยเชิงลึก และการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งผู้โดยสารและลูกเรือ ซึ่งสะท้อนตรงกันว่ากระบวนการสุ่มชั่งน้ำหนักกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่อง และความยากลำบากในการหาพื้นที่ว่างในช่องเก็บของเหนือศีรษะ เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สร้างความตึงเครียดให้กับผู้โดยสารมากที่สุดในสนามบิน

สเตฟานี ทัลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเจ็ทสตาร์ระบุว่า การปรับปรุงกฎดังกล่าว จะช่วยบริหารจัดการพื้นที่ช่องเก็บของเหนือศีรษะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดความล่าช้าในขั้นตอนการขึ้นเครื่อง และส่งผลให้เที่ยวบินสามารถออกเดินทางตรงตามเวลาที่กำหนดได้ดีขึ้น ซึ่งแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเป็นมาตรฐานที่สายการบินราคาประหยัดในยุโรป เช่น EasyJet และ Ryanair นำมาใช้อย่างแพร่หลายแล้ว

อย่างไรก็ดี นโยบายนี้ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้โดยสารฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ต่างแสดงความเดือดดาลและตั้งคำถามประชดประชัน เช่น

"ต้องจ่ายขั้นต่ำ 575 บาท เพื่อใช้ช่องเก็บของเหนือศีรษะ ต่อไปคงต้องจ่ายเงินซื้อตั๋วเข้าห้องน้ำบนเครื่องด้วยใช่ไหม?"

หรือ

"ค่าอาหาร ค่าที่นั่ง ค่ากระเป๋าใต้ท้องเครื่องก็จ่ายหมดแล้ว ต่อไปคงคิดค่าสบู่กับกระดาษทิชชูในห้องน้ำอีก 350 บาท"

ในทางกลับกัน ผู้โดยสารอีกกลุ่มกลับแสดงความเห็นด้วย และสนับสนุนมาตรการนี้ โดยมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะในปัจจุบันมีผู้โดยสารจำนวนมาก นำกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่หลายใบขึ้นเครื่อง จนไม่เหลือพื้นที่ให้ผู้อื่นวางเสื้อแจ็กเก็ตหรือกระเป๋าถือส่วนตัว การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจึงถือเป็นการลงโทษ และดัดหลังผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบผู้อื่น

อ่านข่าว :

ปตท.-บางจากลดราคาน้ำมัน "เบนซิน-โซฮอล์" 70 สต./ลิตร มีผล 6 ส.ค.

อินโดนีเซียสอบ "นักบินมาเลเซีย" ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

5 มาตรการห้วยขาแข้ง หลังเหตุเศร้า จนท.ถูกเสือโคร่งทำร้ายเสียชีวิต