วันนี้ (6 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เริ่มการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งกรรมการ กสทช.อย่างน้อย 3 คน เดินออกมาจากห้องประชุมทันที ประกอบด้วย ศ.กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และนายศุภัช ศุภชลาศัย
ศ.กิตติคุณ พิรงรอง วิงวอนขอให้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ตามมติของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่ระบุว่ามีลักษณะต้องห้าม ให้ถือว่าสละสิทธิ์ และเปิดทางให้คณะกรรมการ กสทช. 6 คนเลือกผู้ทำหน้าที่ประธาน เพื่อให้การทำงานไปต่อได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถประชุมได้เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ศ.กิตติคุณ พิรงรอง เปิดเผยว่า มีหนังสือจากหลายภาคส่วน อาทิ สภาองค์กรของผู้บริโภคและสมาคมทีวีดิจิทัล ขอให้ กสทช. สร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. พร้อมอ้างถึงมาตรา 23 เรื่องผู้มีส่วนได้เสีย และเสนอให้กรรมการที่เหลือ 6 คนเลือกประธานในที่ประชุม เพื่อให้การทำงานเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากปัจจุบันมีหลายวาระสำคัญที่ค้างการพิจารณา ทั้งแผนโร้ดแมปทีวีดิจิทัล การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT และการกำหนดให้สมาร์ตทีวีแสดงช่องทีวีดิจิทัลบนหน้าแรก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค
ขณะที่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หากมติที่ประชุมบอร์ด กสทช. ส่วนใหญ่เห็นด้วย ที่จะให้ นพ.สรณ ปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.ต่อ ตนก็พร้อมจะร่วมเข้าประชุม แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเปิดทางให้มีการหารือในประเด็นนี้ ทำให้ไม่สามารถร่วมประชุมได้ เพราะกังวลเรื่องกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 157
นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ระบุอีกว่า ที่ผ่านมาได้พยายามวิงวอน นพ.สรณ ว่า ให้ร่วมพิจารณานอกรอบกันก่อนเข้าประชุมตั้งแต่แรก รวมถึงได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงสำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้พิจารณาประเด็นสถานะทางกฎหมายของประธาน กสทช.ก่อนจัดการประชุม แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ และยังคงยืนยันจุดยืนเดิมว่า ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ จนกว่าจะมีความชัดเจนทางกฎหมาย
ส่วนนายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ชี้แจงว่า การที่กรรมการบางส่วนไม่ได้เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่การ Walk Out แต่เป็นการไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะเห็นว่า การร่วมประชุมในสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีหลักประกันทางกฎหมาย และหากเกิดความเสียหายในภายหลังจะส่งผลกระทบร้ายแรง
พร้อมระบุว่า ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมมีอย่างน้อย 4 คน โดยทุกฝ่ายพร้อมกลับไปทำงานทันที หากมีความชัดเจนทางกฎหมาย ไม่ว่าจะมาจากนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ พร้อมย้ำว่าไม่ขัดข้องที่จะปฏิบัติหน้าที่ หากได้รับความชัดเจนดังกล่าว
สำหรับแนวคิดการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีนั้น ศ.กิตติคุณ พิรงรอง และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยอมรับว่า อยู่ระหว่างการหารือ เพราะมีทั้งมุมมองที่เห็นว่า กสทช.เป็นองค์กรอิสระไม่ควรให้ฝ่ายบริหารเข้ามาเกี่ยวข้อง และอีกมุมหนึ่งเห็นว่า นายกฯ มีสถานะเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและอยากให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ด้าน นพ.สรณ เรียกร้องให้กรรมการ 3 คนกลับมาประชุม พร้อมระบุว่า ตนทำตามสปิริตในวิชาชีพ ถูกกฎหมาย ดังนั้นคำว่า "สปิริต" เป็นนามธรรมที่แต่ละบุคคลจะคิด ยืนยันว่าได้ทำหน้าที่ 4 ปี 4 เดือนด้วยความตั้งใจ และเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการ กสทช. ถือว่าล่มติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 จากเดิมนัดแรกวันที่ 27 ก.ค., นัดที่ 2 วันที่ 5 ก.ค. และล่าสุดที่ 6 ก.ค. ส่งผลให้ยังคงมีวาระที่ค้างพิจารณาในเรื่องเร่งด่วนและโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก
อ่านข่าว :
"กสทช." เดินหน้าไม่ได้-ถอยหลังไม่ออก รอชี้ "ข้อยุติทางกฎหมาย"
วอล์กเอาต์รอบสอง ประชุม กสทช.ล่ม ปมสถานะ "นพ.สรณ"
ด่วน! มติเอกฉันท์ "นพ.สรณ" มีลักษณะต้องห้าม หลุดเก้าอี้ประธาน กสทช.
