วันนี้ (6 ส.ค.2569) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักและบริษัทของ นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง พบของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี ได้แก่ กล้องส่องพระ ซึ่งเป็นวัตถุพยาน ใบที่ใช้โฆษณาสินค้า เอกสารต่างๆ ที่ผู้ต้องหาเตรียมไว้ เสื้อและตราประทับบริษัท โดยของกลางสำคัญคือกล้องส่องพระ ที่อยู่ในล็อตสินค้าตามคดีประมาณ 10 ตัว รวมถึงใบโบรชัวร์ที่ใช้ประชาสัมพันธ์สินค้า
ผบก.ปอศ. ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเป็นคนละคดีกับเศรษฐินีเก่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองปราบปราม ส่วน บก.ปอศ.รับผิดชอบเฉพาะคดีกล้องส่องพระ ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของนายโทนทอง โดยแจ้งความไว้เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ผู้เสียหาย ระบุว่า ซื้อกล้องส่องพระจากนายโทนทอง เนื่องจากมีการโฆษณาว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เสียหาย พยาน บริษัทผู้นำเข้า และบริษัทที่เกี่ยวข้อง พบว่ากล้องดังกล่าวไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งคุณภาพของสินค้ามีลักษณะใกล้เคียงกับกล้องที่จำหน่ายในราคาประมาณตัวละ 1,000 บาท แต่กลับนำมาจำหน่ายในราคาตัวละกว่า 10,000 บาท
สำหรับมูลค่าความเสียหายรวมของคดีคาดว่าประมาณ 40 ล้านบาท แต่ในส่วนที่ผู้เสียหายมาแจ้งความกับ บก.ปอศ. มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 3.2 ล้านบาท โดยประเมินว่ามีผู้เสียหายประมาณ 40-50 คน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ มีเพียง 12 คนที่ร้องทุกข์ ขณะที่บางคนตำรวจติดต่อไปและได้รับการแจ้งว่า ได้รับการชดใช้ความเสียหายแล้ว จึงไม่ประสงค์ดำเนินคดี
ส่วนกระแสข่าวที่นายโทนทองหลบหนีนั้น พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่มีหมายจับและเข้าตรวจค้นบ้านเมื่อวันที่ 5 ส.ค. โดยนายโทนทองทราบว่าตำรวจกำลังตรวจ จึงเดินทางมาพบตำรวจ ก่อนที่ตำรวจจะแสดงหมายจับก่อน และถูกจับกุมตามหมายจับ ซึ่งถือเป็นการจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย
เบื้องต้น นายโทนทองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน ขณะที่ตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ภายหลังการจับกุม พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ได้แก่ แจ้งข้อกล่าวหา แจ้งพฤติการณ์แห่งคดี สอบปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือ ส่วนการยื่นขอปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา หากมีการยื่นคำร้องจะพิจารณาตามกฎหมาย โดยอำนาจพิจารณาอยู่ที่ผู้กำกับการ 4 ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน หลังการสอบสวนแล้วเสร็จ
นอกจากนี้ ผบก.ปอศ. ระบุอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และพยานหลักฐานในคดี เบื้องต้นยังไม่พบผู้ร่วมกระทำความผิด โดยข้อมูลทั้งหมดชี้ไปที่นายโทนทองเพียงคนเดียว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับเงินหมุนเวียนในบัญชีของผู้ต้องหา ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการสืบสวนในคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง
อ่านข่าว :
ตร.สอบปากคำ "โทน บางแค" เจ้าตัวยันไม่ได้ทำผิด-ไม่ได้หลบหนี
ตร.บุกจับ “โทน บางแค” ย่านบางกรวย คดีหลอกขายกล้องส่องพระ
ตร.เผย "อดีตอธิบดี สถ." ปฏิเสธทุกข้อหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น-เตรียมสู้คดี
