เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษากรณี "อดีตสารวัตรสืบสวน" สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าค้นบ้านผู้เสียหาย โดยไม่มีหมายของศาลหรือมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย และนำสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองของผู้เสียหายไป เป็นเหตุให้เจ้าของทรัพย์สินและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย
ศาลพิพากษาว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา จึงให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ
สำนวนคดีดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ไต่สวนและมีมติชี้มูลความผิด แต่ผู้ต้องหาไม่ไปพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลตามกำหนดนัด พนักงาน ป.ป.ท.จึงขอออกหมายจับ เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาฟ้องคดีต่อศาลฯ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.สืบสวนในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาจะมาปรากฏตัวในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 จึงประสานและร่วมกับ สภ.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหายินยอมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางดำเนินคดี กระทั่งศาลมีคำพิพากษาดังกล่าว
อ่านข่าว
"ป้าดา" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม - ม.112
ผบ.ทร.ย้ำจัดหาเรือฟริเกต ยึด 5 แนวทาง เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส
