กรณีมีกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่างไทยพีบีเอส และ บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี
วันนี้ (18 ก.ย.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน แต่ไม่เคยเห็นข้อเสนอการควบรวมกิจการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
สอดคล้องกับนายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสากิจ เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบแผนฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ในจำนวนนี้มีบริษัท อสมท.ด้วย
สคร.ได้เสนอคณะกรรมการพิจารณาแนวทางปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพบริษัท อสมท. หลายแนวทาง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจาก อสมท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การเปิดเผยข้อมูลใดๆ ก่อนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจกระทบผู้ถือหุ้นและมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ
พร้อมระบุว่า สคร. ไม่มีการเสนอ "ควบรวมกิจการ" กับไทยพีบีเอส ตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน เนื่องจากโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้และไม่ทราบที่มาการปล่อยข่าวดังกล่าว โดยไทยพีบีเอสเป็นอิสระและมีความคล่องตัวตามบทบาทสื่อสาธารณะอยู่แล้ว
ทั้งนี้ สคร. เตรียมแถลงข่าวชี้แจงแนวทางการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพบริษัท อสมท. หลังการประชุม ครม. ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อทำความเข้าใจแนวทางและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับ อสมท.
ก่อนหน้านี้ น.ส.สุนทรียา วงษ์ศิริกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการเงิน บมจ.อสมท ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ตั้งข้อสังเกตว่า ข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท.กับไทยพีบีเอส อาจเป็นเครื่องมือหนึ่งในการกดดันให้บอร์ดบริษัท เร่งสรุปข้อตกลงปล่อยเช่าที่ดินย่านรัชดา-พระราม ขนาด 50 ไร่ ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดข้อเสนออย่างเป็นทางการในวันที่ 26-27 พ.ย.นี้ โดยมีกลุ่มธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แสดงความสนใจ และอาจต้องการเร่งปิดเจรจาภายในเดือน พ.ค.2570
อ่านข่าว :
"ศุภมาส" สยบข่าวลือ! ยันยังไม่มีนโยบายควบรวม อสมท.-ไทยพีบีเอส
"BFPL - BPT" เปิดหน้าดินหาจุดรั่ว "ท่อส่งน้ำมัน" ย่านพระราม 3
โปรแกรมการแข่งขันนักกีฬาทีมชาติไทย "เอเชียนเกมส์ 2026" วันที่ 18 ก.ย.69
