ซาอุดีอาระเบีย โดนถล่มหนัก! “จีน” กดดัน “อิหร่าน” ปรามฮูตี
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนแรงและดุเดือดต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมองไปที่เยเมนหลังจากกลุ่มฮูตีรุกคืบยึดหลายพื้นที่ได้ ความขัดแย้งก็ส่อแววขยายวงขึ้นไปอีกและมีการโจมตีข้ามไปในซาอุดีอาระเบียด้วย เรื่องนี้ก็ทำให้ชาติมหาอำนาจอยู่เฉยไม่ได้เช่นกัน
มหาอำนาจที่ว่าก็คือ “จีน” ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีบทบาทในความขัดแย้งแถบนี้สักเท่าไร แต่ล่าสุดมีแหล่งข่าวรายงานว่าจีนพยายามกดดันให้อิหร่านช่วยปรามกลุ่มฮูตีไม่ให้ยกระดับความตึงเครียด หลังจากซาอุดีอาระเบียร้องขอมา ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากสงครามที่ทวีความรุนแรงในตอนนี้บ้างแล้วด้วย
ซาอุฯ พบผู้เสียชีวิตคนแรก หลังฮูตียกระดับโจมตีข้ามแดน
สำนักข่าวอัล-เอคบารียา สื่อทางการซาอุดีอาระเบียเผยแพร่ภาพความเสียหายของอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในเมืองทาอีฟ จังหวัดมักกะฮ์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นผลจากเศษชิ้นส่วนของโดรนที่ซาอุดีอาระเบียอ้างว่าเป็นของกลุ่มฮูตีแต่ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดไว้ได้จนแตกกระจายกลางอากาศ
หน่วยงานป้องกันพลเรือนซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า เศษชิ้นส่วนจากโดรนของกลุ่มฮูตีที่ตกลงมาสู่ภาคพื้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในทาอีฟด้วย 1 คน ซึ่งเป็นชาวเยเมนที่อาศัยในซาอุดีอาระเบียและถือเป็นความสูญเสียครั้งแรกในประเทศ นับตั้งแต่กลุ่มฮูตียกระดับการโจมตีซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีหญิงชาวซาอุดีอาระเบีย 1 คนและชาวปากีสถานอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน
ด้านกลุ่มฮูตียังไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีใดๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 69 ขณะที่ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียระบุยอดผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเดือนนี้ว่ามีแล้วอย่างน้อย 86 คน
ฮูตี-รัฐบาลเยเมนเดินหน้าปะทะเดือดหวังเร่งชิงพื้นที่
ส่วนกองทัพฝ่ายรัฐบาลเยเมนที่นานาชาติรับรองและมีซาอุดีอาระเบียหนุนหลังเผยแพร่ภาพที่ระบุว่าเป็นการโจมตีทางอากาศใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มฮูตีในทาอิซและโมคา ทางตะวันตกของเยเมน ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าทั้งรัฐบาลเยเมนและกลุ่มฮูตียังคงเดินหน้าปะทะกันอย่างดุเดือด
ขณะที่โทรทัศน์ของกลุ่มฮูตีระบุเมื่อวานนี้ว่าซาอุดีอาระเบียยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายในเยเมนอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริเวณพื้นที่ใกล้กับชายแดนซาอุดีอาระเบียริมฝั่งทะเลแดง รวมถึงเมืองที่อยู่ทางใต้ลงมาในเยเมนด้วย
ด้านผู้นำกลุ่มฮูตีออกมาเคลื่อนไหวล่าสุดเรียกร้องให้ชาวเยเมนออกมาชุมนุมกันในกรุงซานาเพื่อแสดงพลังต่อต้านสิ่งที่ผู้นำกลุ่มฮูตีเรียกว่าเป็นการปิดล้อมเยเมนโดยซาอุดีอาระเบีย พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบียที่ว่ากลุ่มฮูตีส่งโดรนพุ่งเป้าโจมตีไปยังเมืองมักกะฮ์ เมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามในซาอุดีอาระเบีย โดยระบุว่าข้อกล่าวหานี้ถือเป็นคำโกหกที่เลวร้ายอย่างถึงที่สุด
แหล่งข่าวชี้จีนกดดันอิหร่านปรามฮูตียกระดับตึงเครียด
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวอิหร่าน 3 แหล่งว่าจีนได้ติดต่อร้องขอไปยังอิหร่านให้ช่วยควบคุมกลุ่มฮูตีในเยเมนไม่ให้ยกระดับความขัดแย้งไปมากกว่านี้ โดยความเคลื่อนไหวนี้ของจีนเกิดขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียเข้ามาร้องขอเนื่องจากกลุ่มฮูตีกำลังรุกคืบอย่างรวดเร็วในเยเมนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตามแนวชายฝั่งทะเลแดงและรอบช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งย่อมส่งผลให้การส่งออกและขนส่งน้ำมันทางเรือของซาอุดีอาระเบียเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น หลังกลุ่มฮูตีประกาศไม่รับประกันความปลอดภัยเรือของซาอุดีอาระเบีย
ข่าวดังกล่าวถือว่าแตกต่างจากท่าทีของจีนก่อนหน้านี้ที่มักเรียกร้องให้ทุกฝ่ายโดยรวมยับยั้งชั่งใจ หันหน้าเข้าสู่การเจรจาและเร่งฟื้นฟูความปลอดภัยในการเดินเรือ ขณะที่แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่าอิหร่านตอบกลับจีนว่าเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคย่อมขึ้นอยู่กับการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
ด้าน กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุกับรอยเตอร์สว่า จีนไม่ต้องการเห็นความตึงเครียดในภูมิภาคลุกลามไปยังเยเมนและทะเลแดง ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติการกระทำใดๆ ที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้นและขอให้หันมาแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาแทน ขณะที่อิหร่านและซาอุดีอาระเบียยังไม่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้
ชาวเยเมน แห่พลัดถิ่นหนีภัยสู้รบ-ข้ามทะเลไปจิบูตี
ส่วนที่ค่ายผู้พลัดถิ่นใกล้กับเมืองเอเดน ทางตอนใต้ของเยเมน ประชาชนหลายสิบครอบครัวยังคงทยอยเดินทางมาเข้าพักอย่างต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติที่ทยอยนำสิ่งของจำเป็นเข้ามาแจกจ่าย โดยโครงการอาหารโลกประเมินว่าน่าจะมีชาวเยเมนพลัดถิ่นจากการสู้รบแล้วมากกว่า 125,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ริมฝั่งทะเลแดง
เช่นเดียวกับที่จิบูตีที่ยังคงมีชาวเยเมนทยอยแล่นเรือข้ามทะเลมาเพื่อหนีภัยความรุนแรงอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน โดยทางการจิบูตีระบุว่ามีชาวเยเมนเดินทางเข้ามาในประเทศแล้วประมาณ 2,800 คน
ด้านโฆษกยูเอ็นกล่าวประณามอย่างรุนแรงต่อการสังหารพลเรือนในเยเมน พร้อมทั้งเตือนว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น จะยิ่งสร้างผลกระทบต่อการช่วยเหลือแก่ชาวเยเมนและอาจยิ่งผลักให้ชาวเยเมนข้ามน้ำข้ามทะเลหนีไปยังจิบูตีมากขึ้น



























































