นักแข่งรถจักรยานยนต์ "Enduro" เสียชีวิต
กรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันรถจักรยานยนต์ "Enduro" ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำให้นักแข่งหญิงเสียชีวิต เป็นเรื่องที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก
เบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหากับบุคคลใด แต่ป้ายบอกทางและการดูแลความปลอดภัยที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้จัดงาน กำลังถูกตั้งคำถามว่าได้มาตรฐานตามหลักสากลหรือไม่
นาทีสลดศึกเอ็นดูโร่ปากช่อง – ป้ายบอกทางเล็กชนวนเหตุโศกนาฏกรรม ?
การแข่งขันจักรยานยนต์เอ็นดูโร่ รายการ Caltex enduro festival 2026 ณ สนาม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ต้องเผชิญเหตุสลด เมื่อนักแข่งหญิงถูกนักแข่งชายหมายเลข 117 พุ่งชนทางด้านขวาจนรถล้มบาดเจ็บ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังเกิดเหตุ สังคมเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่อง "ป้ายบอกทาง" ที่มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน ซึ่งตามกติกาของสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ระบุชัดเจนว่าแผ่นป้ายลูกศรบอกทิศทางต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 24x14 เซนติเมตร
แม้ตำรวจจะยังไม่สรุปสาเหตุ แต่นักแข่งหมายเลข 117 อ้างว่ามองไม่เห็นป้ายบอกทาง จึงทำให้พุ่งชนนักแข่งหญิงอย่างจัง ซึ่งขณะนี้ตำรวจภูธรปากช่องยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากยังไม่มีครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาแจ้งความ
สถานที่จัดงานถูกต้องตามกฎหมาย – ผู้ดูแลยันต้องรับผิดชอบร่วมกัน
จากการตรวจสอบสถานที่จัดงาน พบว่าใช้พื้นที่ว่างเปล่าริมอ่างเก็บน้ำลำตะคองของกรมชลประทาน โดยผู้จัดงานชาว จ.ชัยภูมิ ได้ทำเรื่องขออนุญาตใช้สถานที่ ขอใช้เสียงกับชุมชนใกล้เคียง และประสานทีมกู้ภัยในพื้นที่เข้ามาดูแลเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างถูกต้อง
ผู้ดูแลสถานที่ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ส่วนในเรื่องของคดีความก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า ทั้งตัวนักแข่งชายที่ขับรถชนและผู้จัดงานจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ
เปิดกติกา "กีฬาอาชีพ" – มาตรฐานความปลอดภัยศึกจักรยานยนต์เอ็นดูโร่
นายกสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย อธิบายว่า เอ็นดูโร่เป็นการแข่งขันจักรยานยนต์กึ่งวิบาก ที่ได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในกีฬาอาชีพตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งมีมาตรฐานการจัดงานอย่างเข้มงวด ทั้งการขออนุญาตหน่วยงาน ท้องถิ่น หรือกรมการขนส่งทางบกหากใช้ทางหลวง รวมถึงพยาบาลสนามต้องผ่านการอบรม
นอกจากนี้ มาตรฐานความปลอดภัยยังครอบคลุมไปถึงการตรวจสภาพรถก่อนแข่ง ชุดและหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน การใช้รถเบอร์ศูนย์วิ่งเปิดทางสำรวจเส้นทางก่อนแข่งขัน ตลอดจนวิธีการปล่อยตัวเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
สำหรับการแข่งขันรายการนี้ มีนักแข่งจากทั่วประเทศนำรถเข้าร่วมกว่า 500 คัน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการสมัครของสมาชิก จะถูกนำไปจัดซื้อชุดกีฬา มอบให้กับเด็กนักเรียนใน 7 โรงเรียนของพื้นที่ต่อไป



























































