สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มรอบใหม่ ขู่อิหร่านหากโต้กลับเจอหนักกว่าเดิม
สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาระอุหนัก หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมาย IRGC ในอิหร่านรอบใหม่ ตอบโต้เหตุในช่องแคบฮอร์มุซ
โดยประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' ขู่ขยี้ซ้ำหากมีการตอบโต้ ขณะที่ผู้นำอิหร่านยังคงส่งสัญญาณประนีประนอมพร้อมย้ำแนวทางการทูต ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มอิหร่านรอบใหม่ "ทรัมป์" ขู่ซ้ำหากตอบโต้โดนหนักกว่าเดิม
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านพยายามโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซและโจมตีทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ทางด้านสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานเกิดเหตุระเบิดขึ้นในหลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ทั้งที่เกาะเคเชม เมืองบันดาร์อับบาส และสนามบินในเมืองจีรอฟต์ ซึ่งการโจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายเพิ่งเปิดฉากตอบโต้กันช่วงสุดสัปดาห์ และเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่าการโจมตีมีความชอบธรรม เพื่อตอบโต้ความพยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และการยิงขีปนาวุธ 8 ลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนก่อนหน้านี้ พร้อมขู่ซ้ำว่าหากอิหร่านคิดตอบโต้ สหรัฐฯ จะโจมตีกลับรุนแรงและหนักหน่วงกว่าเดิม
สหรัฐฯ เตรียมงัดมาตรการคว่ำบาตรธนาคาร – อิหร่านลั่นพร้อมตอบโต้และปิดทางส่งออกน้ำมัน
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ เตรียมจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มลงโทษธนาคารที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้ และวางแผนจะประกาศลงโทษธนาคารเพิ่มเติมอีกแห่งในสัปดาห์หน้า
ฝั่งอิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งแกร้าว โดยโฆษก IRGC และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านต่างย้ำว่า สหรัฐฯ จะต้องเสียใจและจะไม่ปล่อยให้การรุกรานรอดพ้นการตอบโต้ ด้าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุชัดว่าหากศัตรูไม่ให้อิหร่านส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ก็จะไม่มีใครส่งออกน้ำมันได้เช่นกัน
ประธานาธิบดีอิหร่านส่งสัญญาณประนีประนอม ชูทางออกการทูตทำราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง
ขณะที่ นายมาซูด เปเชซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน แถลงระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ที่คีร์กีซสถาน ยืนยันว่ามองการทูตและการเจรจาเป็นแนวทางหลัก ย้ำว่าไม่ได้เป็นผู้เริ่มสงครามแต่ทำเพื่อป้องกันตนเอง พร้อมส่งสัญญาณพร้อมกลับเข้าสู่ MOU ที่เคยทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายนทันที หากสหรัฐฯ ปฏิบัติตามพันธกรณีเช่นกัน
ความตึงเครียดที่ระอุรอบใหม่นี้ไม่เพียงทำลายความหวังทางการทูต แต่ยังสร้างความกังวลต่อตลาดพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทันทีตั้งแต่นั้น และเมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และเวสต์ เทกซัส ต่างปรับตัวขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล



























































