เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2569 จากกรณีทายาทเจ้าของที่ดินนำท่อปูนไปปิดบริเวณทางเข้าออกวัดป่าอดุลยาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมติดประกาศให้ขนย้ายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม
ตำรวจขอนแก่นวางกำลังป้องกัน "วัดป่าอดุลยาราม" หลังถูกขู่รื้อกำแพง
ล่าสุดฝ่ายทายาทเจ้าของที่ดินออกมาชี้แจงถึงที่มาของข้อพิพาท โดยยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ต่อสู้กันมานานกว่า 20 ปี
ทายาทระบุว่า เดิมที่ดินมีเนื้อที่ประมาณ 42 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่บางส่วนให้หน่วยงานอื่น และเหลือพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทอยู่ในปัจจุบัน พร้อมอ้างว่า นายเฮียง ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิม มีทะเบียนสมรสกับนางพิมพ์ศรี และมีทายาทรวม 9 คน
ทายาทแจงปมปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ขัดแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย
สำหรับประเด็นการออกโฉนด ทายาทระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนด โดยพื้นที่ที่รังวัดมีส่วนที่เป็นหัวไร่ปลายนา เพิ่มขึ้นประมาณ 6 ไร่เศษ แต่ระหว่างกระบวนการมีผู้ยื่นคัดค้าน โดยอ้างสิทธิ์ว่าเป็นที่ดินของวัด และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาคัดค้าน ทำให้การออกโฉนดไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ทายาทร้องขอ
นางดารุณี หรือป้าดา ซี่งมีศักดิ์เป็นหลานนายเฮียง ระบุว่า หลังจากมีการคัดค้านและเรื่องยืดเยื้อ จึงตัดสินใจดำเนินคดีต่อศาล เพื่อขอให้มีการออกโฉนดให้แก่ผู้มีสิทธิ์ตามกฎหมาย โดยปัจจุบันคดีเกี่ยวกับที่ดินยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา
ขณะเดียวกัน ทายาทยังกล่าวถึงประวัติการถือครองที่ดินว่า นายเฮียงเสียชีวิตหลังจากมีการพูดคุยเรื่องการมอบที่ดินให้สร้างวัดไม่นาน พร้อมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอ้างสิทธิ์ในที่ดิน โดยระบุว่าต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม
ทายาทแจงปมปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ขัดแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย
การดำเนินการในพื้นที่ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำร้ายหรือรังแกพระสงฆ์ และไม่ได้ต้องการทำลายวัด แต่ต้องการรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ครอบครัวอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยมองว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์กรรมสิทธิ์และการดำเนินการตามกฎหมาย
ทายาทระบุอีกว่า หากมีข้อโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมนำเข้าสู่กระบวนการศาลเพื่อให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยย้ำว่า เรื่องนี้เป็นข้อพิพาทที่ดำเนินต่อเนื่องมานาน ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เพิ่งเกิดขึ้นจากการนำท่อปูนไปปิดทางเข้าออกวัด
ทายาทแจงปมปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ขัดแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงเอกสารและสิทธิในการครอบครองพื้นที่ ยังคงต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในส่วนของตนเองได้
อ่านข่าว :
ย้อนเส้นทางข้อพิพาททายาทเจ้าของที่ดิน กับวัดอดุลยาราม จ.ขอนแก่น
เปิดปมพิพาทที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ยาวนานกว่า 30 ปี ทายาทปิดทาง-เจ้าอาวาสยันรับมาถูกต้อง
