วันนี้ (13 ส.ค.2569) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เปิดเผยถึงการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ยังคงเป็นวันที่ 27 ก.ย.นี้ตามเดิม และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีประกาศเลื่อนการเลือกตั้ง มีเพียงประกาศให้ชะลอเท่านั้น แต่ผู้ประกันตนและนายจ้างที่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะต้องลงทะเบียนหรือไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน
เนื่องจากขณะนี้สำนักงานประกันสังคม ยังรอการวินิจฉัยจากศาลปกครองสูงสุด หลังจากได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ที่ให้ทุเลาขั้นตอนการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่ดำเนินการแล้วเสร็จไปตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนในการเลือกตั้ง ตั้งแต่การอบรมบุคลากร การเตรียมบัตรและหน่วยเลือกตั้ง และขั้นตอนอื่น สำนักงานประกันสังคมเตรียมการมาอย่างต่อเนื่องไม่เคยหยุด พร้อมกำชับต้องทำทุกอย่างตามข้อกฎหมายและรัดกุมที่สุด
หากเราเดินอะไรที่ไม่รัดกุม สุดท้ายอาจจะมีการร้องเรียนและกลายเป็นประเด็นปัญหาที่ใหญ่กว่า เพราะเรามีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของผลการเลือกตั้ง ที่ต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใส ที่สำคัญต้องเป็นการเลือกตั้งที่สำเร็จ ได้บอร์ดชุดใหม่มาทำงานจริง ๆ
ด้าน พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมเตรียมแนวทางการจัดการเลือกตั้งหลายแนวทาง ส่วนงบประมาณจัดการเลือกตั้ง จากเดิมที่วางไว้ 275 ล้านบาท กำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมินใหม่ เพราะคาดว่าจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณ เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดการเลือกตั้ง หากให้ผู้มีสิทธิเกือบ 12 ล้านคน ใช้สิทธิเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน เพราะต้องเพิ่มบัตรและหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงบุคลากรประจำหน่วยเลือกตั้งด้วย ซึ่งจะมีการเสนองบประมาณใหม่เข้าที่ประชุมบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 20 ส.ค.นี้
"เราพยายามทำให้ทันและดีที่สุด แต่ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่เราได้รับอำนาจให้ดำเนินการ และครบถ้วน โปร่งใส ซึ่งเราอยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็ว" พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว
เมื่อถามถึงการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า มีการหารือกันหลายประเด็นอย่างต่อเนื่อง โดยหลักการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2566 เพียงแต่เมื่อมีการเลือกตั้งมาแล้ว อาจเกิดข้อสงสัยหรือมีการยื่นคำร้องในบางประเด็น ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยดังกล่าว
ส่วนประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามข้อกฎหมาย เพราะผู้ปฏิบัติงานมีความกังวลเกี่ยวกับการตีความ และแนวทางปฏิบัติในบางเรื่อง จึงต้องเตรียมการให้รอบคอบ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด
อ่านข่าว :
ทายาทแจงปมปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ขัดแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย
"ชัยชนะ" รับทราบข้อหาทำร้ายร่างกาย "รอง ผกก." แจงแค่กอดคอและมือโดนหน้า
ไทยช่วยไทย พลัส 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 1.1แสนล้าน ใช้สิทธิครบ1,000 บาท 1.9 ล้านคน
