คุมเข้ม-จัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ไม่ง่าย แรงต้านอื้อ

การเมือง
15:23
จำนวนผู้ชม 90
Thai PBS
คุมเข้ม-จัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ไม่ง่าย แรงต้านอื้อ
ผู้ช่วย AI

การสั่งคุมเข้มปืน 10 ล้านกระบอก และให้รื้อใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี ให้ยื่นต่อใหม่ ของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ฟันธงได้เลยว่า ถูกใจคนสุจริต ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยปืน

แต่สำหรับคนทุจริต หรือชอบใช้ความรุนแรงย่อมไม่เห็นด้วย ถือเป็นเรื่องปกติ คนกลุ่มนี้ถือว่าทำผิดและไม่เคารพกฎหมายอยู่แล้ว จะคุ้มเข้ม-ไม่เข้มอย่างไร ก็ไม่ช่วยให้เปลี่ยนใจได้

เพียงแต่ในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร จะทำได้จริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่า

เพราะหลายครั้งที่มีเรื่องเข่นฆ่าสังหารกันด้วยวิธีรุนแรงเมื่อเป็นข่าวใหญ่ ผู้คนสนใจ มักจะมีข่าวนำอาวุธนานาชนิดมาตั้งโต๊ะแถลง รวมถึงเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนแปลง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งสำคัญ ๆ

จนแล้วจนรอด เรื่องอาวุธปืนและคดีความก็ยังจะดูจะเพิ่มขึ้นไม่หยุด ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนและเครื่องกระสุน มีเข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศถึง 17,117 คดี เฉพาะครึ่งแรกของปี 2569 รั้งอันดับ 3 รองจากคดียาเสพติด และ พ.ร.บ.จราจรทางบก

ด้านหนึ่งเป็นเหตุจากความหย่อนยานเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ การติดสินบน การเล่นระบบพรรคพวก การเกิดขึ้นของกลุ่มแก๊งอาชญากรและมิจฉาชีพ ที่มักใช้ปืนเป็นปัจจัยหลัก ตลอดจนปืนเถื่อนและเครื่องกระสุน ที่มีเข้าสู่ตลาดมืดต่อเนื่อง รวมกระทั่งปืนปากกา ที่ว่ากันว่า ปัจจุบันทำได้ง่ายมาก

ยังไม่นับรวมคนใหญ่ คนดัง ผู้มากบารมี ซึ่งรวมทั้งนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ที่มักมีสิทธิพิเศษ เจ้าหน้าที่ไม่กล้าแตะ

แม้การคุมเข้มและจัดระเบียบปืนใหม่ จะมีฝ่ายกองเชียร์สนับสนุนเต็มที่ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้กูรูหลายคนจะเห็นสอดคล้องกันว่า แค่แก้กฎกระทรวงว่าด้วยอาวุธปืนก็ทำได้ทันทีในระดับหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องรอแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นแนวทางระยะยาว เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือ ป.12 เดิมทีออกโดย ผบ.ตร.หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ปัจจุบันก็ไม่มีแล้ว

ขณะที่ข้อสั่งการเร่งด่วนของนายกฯ ยังให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืน หรือ ป.3 และระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น รวมทั้งเร่งจัดระเบียบการขอใบอนุญาตให้มีและใช้ หรือ ป.4 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ครม. มีมติ มิฉะนั้น จะถือว่ามีปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรื่องต่อใบอนุญาต ต้องทำทุก 3 ปี

แต่การคุมเข้มรื้อระบบจากเดิมที่เปรียบเสมือนแบบอนาล็อกไปเป็นแบบดิจิทัลผ่านการเก็บบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบชนิดเรียกได้ใช้เลย ย่อมต้องใช้งบประมาณดำเนินการ ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคและข้อจำกัด หรือข้ออ้าง ที่ทำให้การขับเคลื่อนแนวนโยบายนี้ ไม่บรรลุมรรคผลอย่างที่ผ่าน ๆ มา

ยังไม่นับกติกาที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข อาทิ ต้องมีการตรวจสุขภาพจิตของผู้ขออนุญาตถือครองปืนด้วยหรือไม่ และการปรับเปลี่ยนที่ยังไม่รู้ว่า จะมีรายละเอียดอย่างไร จะนำไปสู่การใช้เป็นข้ออ้างของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ในการเรียกรับผลประโยชน์ใส่ตนหรือไม่

รวมทั้งเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน อาทิ กระแส "ห้ามยิงโจรในบ้าน" ที่เริ่มเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล แม้นายกฯ นายอนุทิน จะพยายามชี้แจงว่า การใช้ปืนไม่มีประโยชน์กับใคร หากมีการใช้ ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุหรือไม่ ต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์โดยตำรวจ

เพราะในความรู้สึกของประชาชนผู้สุจริต ย่อมต้องกังวล และอาจรู้สึกถูกลิดรอนสิทธิในการป้องกันตนเองและทรัพย์สิน ตามแนวทางที่เป็นอยู่

การคุมเข้มและจัดระเบียบปืน ถือเป็นเรื่องจำเป็นและในทางปฏิบัติควรต้องมีทั้งระยะสั้นเร่งด่วนและระยะยาว โดยต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ที่สำคัญ อาวุธปืน เป็นเรื่องที่มีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับคนใช้และกติกาที่เข้มข้น

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา

อ่านข่าว :

สั่งสอบด่วน-ระงับมอบอาวุธปืน "วันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน" เกาะพงัน

รอง ผบ.ตร. เร่งปราบ "ปืนเถื่อน-ปืนผิดมือ" ไม่เว้นแม้นักการเมือง

ตร.-มท. คุมเข้มอาวุธปืน ระงับ ป.3-ปืนสวัสดิการใหม่ ตรวจสอบใบ ป.4 ทั่วประเทศ