เปิดแผน 2 ปี ผบ.ทร.คนใหม่ เดินหน้าต่อเรือดำน้ำ-ฟริเกต เร่งฟื้นกำลังรบ

การเมือง
15:09
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
เปิดแผน 2 ปี ผบ.ทร.คนใหม่ เดินหน้าต่อเรือดำน้ำ-ฟริเกต เร่งฟื้นกำลังรบ
ผู้ช่วย AI

วันนี้ (30 ก.ย.2569) พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ เปิดเผยแนวทางการทำงานในช่วง 2 ปีของการดำรงตำแหน่ง โดยระบุว่า โครงการจัดหาและพัฒนายุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของกองทัพเรือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้แล้ว จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรือดำน้ำ เรือฟริเกต หรือโครงการด้านอื่นที่อยู่ในแผน

สำหรับเรือดำน้ำและเรือฟริเกต ถือเป็นโครงการที่สังคมเห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจนในขณะนี้ โดย พล.ร.อ.นเรศ ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อจนกว่าจะบรรลุตามแผน พร้อมระบุว่าต้องการสานต่องานที่ผู้บัญชาการทหารเรือคนก่อนหน้าได้ดำเนินการไว้

กรณีโครงการจัดหาเรือฟริเกตที่ยังไม่ได้ลงนามสัญญา พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา และจะดำเนินการตามผลการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยย้ำว่าไม่มีบุคลากรของกองทัพเรือคนใดต้องการให้กระบวนการต่าง ๆ เกิดปัญหาหรือไม่เรียบร้อย จึงจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ กองทัพเรือได้ประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกบริษัทสำหรับโครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงแล้ว โดยกองทัพเรือระบุว่ากระบวนการจัดหาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดและสามารถตรวจสอบได้

เร่งแก้ปัญหาเรือรบเก่า ซ่อม-ปรับปรุงควบคู่จัดหาใหม่

อีกประเด็นสำคัญที่ พล.ร.อ.นเรศ ให้ความสำคัญ คือปัญหาเรือรบและยุทโธปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าเคยเห็นปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ

แนวทางจะไม่ใช่การจัดหาใหม่เพียงอย่างเดียว แต่จะดำเนินการหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการซ่อมบำรุง การปรับปรุงยุทโธปกรณ์เดิม และการจัดหาเพิ่มเติมเมื่อมีความจำเป็น โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้หรือไม่สามารถรองรับภารกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

พล.ร.อ.นเรศ อธิบายว่า ยุทโธปกรณ์ที่ใช้งานมาเป็นเวลานานย่อมมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับยุทโธปกรณ์ใหม่ ดังนั้น การบริหารกำลังรบจึงต้องพิจารณาทั้งการรักษาความพร้อมของของเดิมและการเสริมกำลังด้วยสิ่งใหม่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ

สำหรับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาระบบอาวุธป้องกันตัวและเครื่องยนต์ รวมถึงอยู่ระหว่างรอการพิจารณามาเป็นระยะเวลาหลายปี พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาแนวทางดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ระบุว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะต้องการให้เรือมีความพร้อมในระดับสูงสำหรับรองรับภารกิจต่าง ๆ ของกองทัพเรือ

เรือดำน้ำจีนอยู่ระหว่างประกอบ เตรียมทดสอบ

ด้านโครงการจัดหาเรือดำน้ำจากจีน พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า หลังจากมีการแก้ไขสัญญาและข้อตกลงเกี่ยวกับการก่อสร้างเรือในสมัย พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ และมีการลงนามแก้ไขข้อตกลงแล้ว การก่อสร้างได้เดินหน้าตามลำดับ

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประกอบส่วนต่าง ๆ ที่ต้องติดตั้งภายในตัวเรือ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบ โดยแผนปัจจุบันกำหนดส่งมอบเรือดำน้ำในเดือน ม.ค.2572

ทั้งนี้ พล.ร.อ.นเรศ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้แจ้งไปยังฝ่ายจีนถึงความต้องการให้เร่งก่อสร้างเรือดำน้ำให้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผน เพื่อให้สามารถนำมาใช้งานได้โดยเร็ว เนื่องจากการปฏิบัติการเรือดำน้ำต้องอาศัยทั้งทักษะ ความชำนาญ และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในการใช้อาวุธและการปฏิบัติการใต้น้ำ

ส่วนจะสามารถส่งมอบได้ภายในปี 2571 หรือไม่นั้น พล.ร.อ.นเรศ ระบุว่า ฝ่ายจีนยังไม่ได้รับปากว่าจะทำได้ตามกรอบเวลาดังกล่าว แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ

สำหรับอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ฝ่ายจีนจะจัดหาให้ กองทัพเรือระบุว่าอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงตามสัญญา โดยไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถของเรือและประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศ

ยังไม่ตัดสินใจเรือดำน้ำลำที่ 2-3

สำหรับแนวทางจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2 และลำที่ 3 ในอนาคต พล.ร.อ.นเรศ กล่าวว่า จำเป็นต้องรอให้เรือดำน้ำลำแรกก่อสร้างแล้วเสร็จและนำเข้าประจำการก่อน จากนั้นจึงประเมินผลการใช้งาน ข้อบกพร่อง และบทเรียนที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริง

เหตุผลสำคัญคือประเทศไทยเคยมีเรือดำน้ำเมื่อกว่า 80 ปีก่อน ทำให้ความรู้และประสบการณ์ด้านวิชาการเกี่ยวกับเรือดำน้ำขาดช่วงไปเป็นเวลานาน การนำเรือลำแรกกลับมาใช้งานจึงถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ของกองทัพเรือในด้านนี้ และจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริงก่อนตัดสินใจเดินหน้าขั้นต่อไป

นอกจากเรือรบขนาดใหญ่แล้ว พล.ร.อ.นเรศ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนายานไร้คนขับ โดยมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามามีบทบาทต่อการปฏิบัติการทางทหารมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการรบในปัจจุบัน

แนวทางของกองทัพเรือในอนาคตจึงต้องพัฒนาทั้ง "ยานแม่" และ "ยานไร้คนขับ" ให้ทำงานร่วมกัน โดยพิจารณาตามสภาพแวดล้อมและลักษณะภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้โครงสร้างกำลังรบสามารถรองรับเทคโนโลยีและรูปแบบการปฏิบัติการใหม่ ๆ

ส่วนการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง พล.ร.อ.นเรศ ระบุว่าเป็นเรื่องที่กองทัพเรือดำเนินการอยู่เป็นระยะในทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้โครงสร้างสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ภารกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง

หน่วยงานหรือภารกิจที่ไม่มีความจำเป็นในอนาคตอาจต้องมีการปรับลด ขณะที่ภารกิจใหม่ซึ่งมีความจำเป็นมากขึ้นอาจต้องจัดตั้งหน่วยหรือปรับโครงสร้างเพื่อรองรับ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมของภารกิจและทิศทางการปฏิบัติการในอนาคต

พล.ร.อ.นเรศ ยืนยันในช่วงท้ายว่า การเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และไม่มีความกังวลต่อการเข้ามารับผิดชอบงานในตำแหน่งดังกล่าว

อ่านข่าว :

กทม.ขอรับสนับสนุนเรือท้องแบนขนาดเล็ก ขนย้าย “ขยะ” จุดน้ำท่วมสูง

หอการค้าไทยเร่งปิดดีล ART รักษาภาษีไทยไม่เสียเปรียบอาเซียน

เตือนใช้ “โปรแกรมเถื่อน” เสี่ยงมัลแวร์ – ข้อมูลหลุดหนุนใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย