วันนี้ (20 ส.ค.2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมพบ คิม จอง-อึน ภายในปีนี้ หลังสหรัฐฯ ปรับลดระยะเวลาซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ ขณะที่ คิม โย-จอง ระบุพี่ชายยังมีความรู้สึกที่ดีต่อผู้นำสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแสจับตาว่า ทั้งสองอาจพบกันนอกรอบการประชุมเอเปกที่จีนในเดือน พ.ย.
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นำผู้สื่อข่าวเดินชมพื้นที่ก่อสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์แห่งใหม่ของทำเนียบขาว โดยผู้นำสหรัฐฯ ตอบคำถามสื่อมวลชนอย่างทันควันโดยไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้พบกับผู้นำเกาหลีเหนือในปีนี้
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้ประเมินคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือว่า ปัจจุบันน่าจะมีในครอบครองมากถึงประมาณ 57 ลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนยุคสมัยการบริหารของเขา และมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เขายังคงเชื่อมั่นในสัมพันธ์อันดีส่วนตัวที่มีต่อ คิม จอง-อึน และเชื่อว่าทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี
ขณะเดียวกัน สื่อใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Wall Street Journal รายงานวิเคราะห์ว่า ทรัมป์ กำลังประเมินความเป็นไปได้ที่จะใช้โอกาสระหว่างการเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ณ นครเซินเจิ้น ในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ในการนัดหารือนอกรอบร่วมกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ
ท่าทีผ่อนปรนของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นควบคู่กับความเคลื่อนไหวทางทหารที่สร้างความกังวลให้แก่ชาติพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย โดยล่าสุด กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ยืนยันว่า การซ้อมรบร่วมทางทหารประจำปีภายใต้รหัส "Ulchi Freedom Shield 2026" ระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา จะถูกปรับลดระยะเวลาลงตามคำขอของฝ่ายสหรัฐฯ โดยจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ซึ่งสั้นกว่ากำหนดการเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 27 ส.ค. ถึง 6 วัน
ภายหลังข่าวการลดขนาดการซ้อมรบเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง คิม โย-จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า แม้เธอจะไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่าง 2 ผู้นำในขณะนี้ แต่ยืนยันได้ว่า คิม จอง-อึน ผู้เป็นพี่ชาย ยังคงมีความทรงจำและความรู้สึกที่ดีต่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เสมอ
ย้อนรอย 3 ครั้งประวัติศาสตร์ทรัมป์พบคิม
หากย้อนกลับไปในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเดินทางไปพบปะกับ คิม จอง-อึน ถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอด ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือน มิ.ย.2561 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศร่วมจับมือและลงนามในแถลงการณ์ร่วม โดยเกาหลีเหนือสัญญาจะมุ่งหน้าสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ ให้การรับรองด้านความมั่นคง
ต่อมาในเดือน ก.พ.2562 ทั้งสองได้พบกันเป็นครั้งที่ 2 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม แต่การเจรจากลับล้มเหลวและจบลงเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจได้
และในเดือน มิ.ย.2562 ทรัมป์ ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในตำแหน่งคนแรกที่ก้าวเท้าข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้าไปในดินแดนเกาหลีเหนือ ณ หมู่บ้านปันมุนจอม บริเวณเขตปลอดทหาร (DMZ) เพื่อจับมือกับผู้นำเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ
ทรัมป์ส่งสัญญาณพบ คิม จอง-อึน ลุ้นเจอกันนอกรอบหลัง เอเปก พ.ย.นี้
อ่านข่าว :
ทีมชาติไทย ดวล เวียดนาม นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลอาเซียนคัพ 22 ส.ค.
อีสานเสี่ยงแล้ง "กาฬสินธุ์" ฝนน้อย กระทบนาข้าว-น้ำอุปโภคบริโภค
สทนช. ยันฝนตกหนักน่านไม่ใช่ "เรนบอมบ์" มวลน้ำถึงเวียงสา 20-21 ส.ค.นี้
