วันนี้ (21 ส.ค.2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการให้นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยม จ.สุโขทัย พร้อมกำชับสำนักงานชลประทานที่ 4 เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำยมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ศรีสัชนาลัย ซึ่งมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเร่งบริหารจัดการและระบายน้ำผ่านระบบชลประทานอย่างเหมาะสม รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
ภาพรวมระดับน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ยังไม่ล้นตลิ่ง จากข้อมูลปริมาณฝนย้อนหลัง 24 ชั่วโมง วันที่ 20-21 ส.ค. พบว่า จ.สุโขทัย มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลลงสู่แม่น้ำยมเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องติดตามระดับน้ำและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด
กรมชลฯ เฝ้าระวัง "แม่น้ำยม" ระบายน้ำลดปริมาณไหลผ่านเมืองสุโขทัย
สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม เช้าวันนี้ (21 ส.ค.) เวลา 06.00 น. พบว่า ระดับน้ำในพื้นที่ตอนกลางและตอนล่างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำที่ไหลลงมา โดยที่สถานี Y.14B อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณน้ำประมาณ 626 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) แนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 6.29 เมตร
ในขณะที่แม่น้ำยมตอนบน บริเวณสถานี Y.1C อ.เมืองแพร่ มีปริมาณน้ำประมาณ 653 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.75 เมตร และสถานี Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีปริมาณน้ำประมาณ 323 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 5.24 เมตร ยังต้องจับตาและติดตามการเคลื่อนตัวของมวลน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่สุโขทัย
ด้านการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้ควบคุมและเร่งระบายน้ำผ่านระบบชลประทานและอาคารควบคุมในพื้นที่ โดยหัวใจหลักในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมตอนล่าง จะอยู่ที่ประตูระบายน้ำแม่ยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและระบายน้ำในแม่น้ำยม ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ตัวเมืองสุโขทัย โดยจะปรับแผนการระบายให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและสถานการณ์ฝนที่เกิดขึ้นจริง
กรมชลฯ เฝ้าระวัง "แม่น้ำยม" ระบายน้ำลดปริมาณไหลผ่านเมืองสุโขทัย
อธิบดีกรมชลประทาน กำชับให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพฝนในลุ่มน้ำยมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและสถานีวัดน้ำที่มีแนวโน้มระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น พร้อมประเมินมวลน้ำที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ตอนล่างล่วงหน้า ควบคู่กับบริหารจัดการน้ำผ่านระบบชลประทานอย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าปฏิบัติการทันที หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยม ขณะนี้ยังไม่พบว่าระดับน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่เฝ้าระวัง แต่เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่ ทำให้มีน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ปรับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรองรับปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
อ่านข่าว
แกะรอยน้ำท่วม "น่าน" ทำไมมวลน้ำมาเร็ว-ท่วมหนักซ้ำซาก ?
