เช็กสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม.

ภัยพิบัติ
09:34
จำนวนผู้ชม 84
Thai PBS
เช็กสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม.

วันนี้ (24 ส.ค.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ส.ค. 2569 พบว่า ภาพรวมลุ่มเจ้าพระยายังมีพื้นที่รองรับน้ำ โดยระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร แม้ปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้นเป็น 798 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 648 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า

อีกข้อมูลสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาคือ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 14,783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 60 ของความจุ และยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้รวม 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับพื้นที่ภาคกลาง รัฐบาลติดตามสถานการณ์ใน 8 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ส.ค. 2569 ยังไม่มีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนได้ทันกับสถานการณ์

สำหรับพื้นที่ตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยา ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 268 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจาก 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า ขณะเดียวกันมีการรับน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทุ่งฝั่งตะวันตก 211 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในระบบลุ่มเจ้าพระยา

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ตัวเลขปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในบางจุดต้องดูประกอบกับระดับน้ำและพื้นที่ที่ยังสามารถรองรับน้ำได้ด้วย ข้อมูลล่าสุดที่นครสวรรค์ ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร รัฐบาลจึงติดตามทั้งฝน น้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำ และพื้นที่รองรับน้ำควบคู่กัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ทันหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

สำหรับสภาพอากาศในช่วงนี้ ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่จากอิทธิพลของร่องมรสุม ส่วนพายุโซนร้อน "นารา" บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางซี ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 24–25 ส.ค. 2569 โดยไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง และไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อลักษณะอากาศของไทยในภาพรวม อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะในวันที่มีฝนตกหนักหรือมีฝนสะสมในพื้นที่

สำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ขอให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานทางการเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่เคยมีน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝน

อ่านข่าว

กองขยะขนาดใหญ่ถล่ม ทับบ้านเรือนในกินี เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน

จีนจัดแข่งขันกีฬา "หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์" โลก ประชันมวย-วิ่ง-ไทเก๊ก โชว์ศักยภาพเทคโนโลยี

มีผลบังคับแล้ว เกณฑ์ใหม่เงินเยียวยาเกษตรกร ปรับเพิ่มสูงสุด 6,800 บาท/ไร่