วันนี้ (25 ส.ค.2569) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทนายความ เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง กรณีชาย 4 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถยนต์เข้าไปในหมู่บ้านที่พักอาศัยย่านหลักสี่ และถ่ายภาพบริเวณบ้าน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมาย หลังพบชายประมาณ 4 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้ามาภายในหมู่บ้าน โดยแจ้งกับนิติบุคคลว่า มาส่งเอกสารและขอข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของหมู่บ้าน แต่กลับเข้าไปบริเวณใกล้บ้านและถ่ายภาพ
แม้ภายหลังจะชี้แจงว่าเข้าไปเพื่อกลับรถ แต่ตนมองว่ามีพฤติการณ์น่าสงสัย เพราะไม่ได้แสดงตัวหรือชี้แจงวัตถุประสงค์กับตนอย่างชัดเจน จึงเห็นว่าต้องใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัว อีกทั้งไม่ต้องการให้เกิดพฤติการณ์ลักษณะนี้กับประชาชนทั่วไป
"บิ๊กโจ๊ก" แจ้งความชาย 4 คนอ้างเป็น ป.ป.ช. ถ่ายภาพบ้านพัก
ด้านนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ กล่าวว่า จากการสอบถามนิติบุคคล ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาเพื่อส่งเอกสาร และขอข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของหมู่บ้าน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยตรง ซึ่งหลังดำเนินการแล้วเสร็จควรเดินทางกลับ แต่กลับเข้าไปบริเวณบ้านพักโดยไม่ได้ขออนุญาต
จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด เห็นว่า พฤติการณ์ไม่น่าจะเป็นเพียงการกลับรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวสามารถกลับรถได้โดยไม่ต้องเข้าไปด้านใน จึงนำหลักฐานให้ตำรวจตรวจสอบว่าบุคคลทั้ง 4 คนเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จริงหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์ใดในการเข้าไปในพื้นที่
ขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อบุคคลทั้ง 4 คน โดยตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบสถานะของบุคคลดังกล่าว ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังทำหนังสือถึงนิติบุคคลของหมู่บ้าน ขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์และพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าการแจ้งความครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นส่วนตัว
อ่านข่าว
"บิ๊กโจ๊ก" โวยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ระบุแอบถ่ายบ้านพักไม่ได้รับอนุญาต
DSI ร้องกองปราบฯ เอาผิดคนเผยแพร่เอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว.
ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา “ปริญญ์” คดีพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารฯ
