"ยิ่งชีพ" ชี้เอกสารคดีฮั้ว สว.หลุด ผู้ปฏิบัติงานต้องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ

การเมือง
16:42
จำนวนผู้ชม 13
Thai PBS
"ยิ่งชีพ" ชี้เอกสารคดีฮั้ว สว.หลุด ผู้ปฏิบัติงานต้องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ

วันนี้ (26 ส.ค.2569) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw กล่าวถึงกรณีการนำข้อมูลในสำนวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเผยแพร่ผ่านเพจ iLaw ว่า ข้อมูลที่นำเสนอไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ โดยผู้ส่งข้อมูลเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่รู้สึกอึดอัดกับกระบวนการทำงาน และต้องการให้ข้อมูลที่รวบรวมขึ้นถูกนำเสนอต่อสาธารณะ

นายยิ่งชีพ ระบุว่า การนำข้อมูลออกมาเปิดเผย สะท้อนว่าแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในกระบวนการสอบสวนก็อาจมีความกังวลว่า หากข้อมูลบางส่วนไม่ถูกนำเสนอต่อศาล ผู้กระทำความผิดอาจไม่ถูกลงโทษ จึงนำข้อมูลมาให้สื่อหรือภาคประชาชนนำเสนอเพื่อให้สังคมรับทราบ

ส่วนกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลในสำนวนมาเผยแพร่ นายยิ่งชีพ ระบุว่า เป็นสิทธิของหน่วยงานที่จะตรวจสอบว่าเอกสารภายในถูกนำออกมาเผยแพร่ได้อย่างไร แต่อีกด้านหนึ่ง การที่ดีเอสไอตรวจสอบที่มาของเอกสาร สะท้อนว่าเอกสารที่นำมาเผยแพร่ตรงกับข้อมูลที่อยู่ในสำนวนจริง

นายยิ่งชีพ ระบุอีกว่า ประเด็นสำคัญจึงไม่ควรอยู่ที่เพียงการตามหาผู้เปิดเผยข้อมูล แต่ควรพิจารณาด้วยว่าเนื้อหาที่เปิดเผยเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และมีผลกระทบต่อการสอบสวนหรือกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โดยเห็นว่าข้อมูลที่อยู่ในสำนวน หากกระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว การเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ส่งผลต่อสำนวนการสอบสวน

สำหรับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นายยิ่งชีพ ระบุว่า มีข้อกังวลต่อความชัดเจนในการพิจารณาคำร้องคดีฮั้ว สว. โดยเฉพาะกรณีที่ กกต. ระบุว่าพิจารณาเรื่องเสร็จแล้ว แต่ยังไม่กำหนดวันประกาศผลต่อสาธารณะ โดยมองว่าการปล่อยให้กระบวนการยืดเยื้อโดยไม่กำหนดวันประกาศผล อาจเปิดช่องให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการวิ่งเต้นหรือการแทรกแซง

พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นกลางของคณะอนุกรรมการพิเศษที่ 36 ที่มีเจ้าหน้าที่บางคนในอนุกรรมการชุดนี้ มีประวัติที่ไม่เป็นกลาง และจากพฤติการณ์ที่ผ่านมา อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กกต.กำลังหาวิธีหรือเหตุผลที่จะไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาบางส่วน หรืออาจเลือกดำเนินคดีเพียงบางส่วน

ส่วนแนวทางการดำเนินคดี นายยิ่งชีพเห็นว่า กกต.ควรพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน หากมีพยานหลักฐานเพียงพอ โดยอ้างถึงผลการทำงานของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด

หากเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิต่อสู้คดี และหากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลสามารถยกฟ้องได้ จึงเห็นว่า กกต.ควรดำเนินการตามพยานหลักฐานและผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการ แทนการปล่อยให้กระบวนการล่าช้าและไม่มีกำหนดเช่นนี้

อ่านข่าว

"ณัฐพงษ์" ซัด "ดีเอสไอ" ฟ้องปิดปากข้อมูลฮั้ว สว.หลุด

ศาลรัฐธรรมนูญนัด 28 ก.ย.69 ตัดสินคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

กนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ย1% ต่อปี รับเศรษฐกิจไทยโตชะลอ