กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

เศรษฐกิจ
14:55
จำนวนผู้ชม 15
Thai PBS
กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1%  รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

วันนี้ ( 31 ส.ค.2569) ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ สายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัว 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากผลกระทบสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กดดันการบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยว รวมถึงการนำเข้าที่เร่งตัวจนทำให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส แต่อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังขยายตัวดีกว่าที่คาด โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการสะสมสินค้าคงคลัง

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1%  รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

โดยในช่วงครึ่งหลังของปี69 ศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ มองว่าการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ Thailand FastPass ที่จะช่วยเร่งการลงทุนให้เกิดขึ้นจริง

ดังนั้นศูนย์วิจัยกรุงศรีฯ ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัว 2.1% จากเดิมคาด 1.9% สะท้อนปัจจัยสำคัญจากเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่ขยายตัวดีกว่าคาด ประกอบกับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออก รวมถึงมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการส่งเสริมการลงทุนผ่านโครงการ Thailand FastPass

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1%  รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

ทั้งนี้ แม้โครงการลงทุนภาครัฐจะช่วยหนุนเศรษฐกิจ แต่ผลบวกอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากโครงการด้านพลังงาน เช่น โซลาร์เซลล์และส่วนประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีสัดส่วนการนำเข้าค่อนข้างสูง ขณะที่อัตราการเบิกจ่ายงบลงทุนในแต่ละปีงบประมาณมักอยู่ในระดับไม่สูงนัก นอกจากนี้ ภาวะเอลนีโญอาจกระทบผลผลิตและรายได้ภาคเกษตร ซึ่งจะส่งผลลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ด้านการส่งออกคาดว่าจะยังขยายตัวในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI และวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่การส่งออกโดยรวมมีแนวโน้มชะลอลงตามอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง ประกอบกับความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการกีดกันทางการค้า ทั้งในด้านอัตราภาษีและจำนวนสินค้าที่ครอบคลุม

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1%  รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

ส่วนภาคการท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ต้นทุนการเดินทางยังอยู่ในระดับสูง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนและตะวันออกกลางเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงในไตรมาสสุดท้ายของปี แม้จะมีมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส แต่มีวงเงินเพียง 3.5 พันล้านบาท เทียบกับมาตรการไทยช่วยไทยพลัสในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน ซึ่งมีวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท

ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง รายได้ภาคเกษตรที่อาจได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของภาคครัวเรือน

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1%  รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปีตลอดช่วงที่เหลือของปี แม้อัตราเงินเฟ้ออาจปรับสูงกว่ากรอบเป้าหมายในไตรมาสสุดท้าย แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในครึ่งแรกของปี 2570 ขณะที่เศรษฐกิจยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพและอุปสงค์ในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้แรงส่งเงินเฟ้อรอบสองยังอยู่ในวงจำกัด ส่วนการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ยังคงอ่อนแอ ทำให้นโยบายการเงินมีแนวโน้มเอื้อต่อภาวะการเงินและช่วยประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป

เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการภาษีตามมาตรา 301 และความเสี่ยงที่ไทยอาจถูกตรวจสอบการส่งออกเข้มงวดขึ้นจากความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานจีน

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1%  รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

กรุงศรีปรับเป้าจีดีพีทั้งปีโต 2.1% รับแรงส่งลงทุน-ส่งออกพุ่ง

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดด้านการคลัง ความเสี่ยงจากการชะลอลงของการใช้จ่ายหลังมาตรการกระตุ้นสิ้นสุดลง รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตที่ลดลง หนี้ครัวเรือนสูง การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และกำลังแรงงานที่หดตัว

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกจะกระทบหลายประเทศ แต่ภาวะเอลนีโญและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างอาจทำให้ไทยเผชิญความเสี่ยงมากกว่าบางประเทศ ดังนั้น การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ ตรงจุด และมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ทางนโยบาย เพื่อรองรับความไม่แน่นอน จึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาแรงส่งของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

อ่านข่าว:

สภาพัฒน์ฯ ชี้ GDP Q2 โต 1.9% อานิสงส์ลงทุนเอกชน-ส่งออก ปรับเป้าทั้งปีขยายตัว 2.2%

กกร.ปรับเป้าส่งออกโต 8-10% หนุนจีดีพีไทยขยายตัว 1.6-2%

ส่งออก “พระเอก”ดันเศรษฐกิจไทย จับตาบาทผันผวน-น้ำมันพุ่ง-กดดันครึ่งปีหลัง