ผอ.JIC โต้เขมรอ้างไทยโจมตี "ปราสาทพระวิหาร" ชี้ให้ดูเหตุการณ์ Full Timeline

การเมือง
13:06
จำนวนผู้ชม 19
Thai PBS
ผอ.JIC โต้เขมรอ้างไทยโจมตี "ปราสาทพระวิหาร" ชี้ให้ดูเหตุการณ์ Full Timeline

วันนี้ (11 ก.ย.2569) พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) กล่าวหาว่าไทยโจมตีปราสาทพระวิหารและมีเจตนาทำลายมรดกโลก ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม และไม่มีเจตนาทำลายปราสาทพระวิหาร แต่ต้องไม่ละเลยข้อเท็จจริงว่า ไทยมีข้อมูลว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวถูกใช้เพื่อเก็บอาวุธ วางกำลังและมีการยิงโจมตีมายังฝั่งไทย ส่งผลกระทบต่อทั้งทหารและพลเรือนของไทย

ผอ.JIC กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หากสถานที่หรือพื้นที่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร การใช้พื้นที่ดังกล่าวต้องถูกพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า การปฏิบัติของไทยมุ่งต่อภัยคุกคามทางทหารและเป็นการป้องกันตนเอง โดยยึดหลักการแบ่งแยกเป้าหมาย ความจำเป็นทางทหาร และความได้สัดส่วน ไม่ได้มุ่งโจมตีมรดกทางวัฒนธรรม

"ดังนั้น อย่าพิจารณาเฉพาะความเสียหายหลังเหตุการณ์ ต้องดูเหตุการณ์ตามลำดับเวลาทั้งหมด (Full Timeline) ว่าใครยิง จากที่ใด เป้าหมายคืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับทหารและพลเรือนไทย ซึ่งไทยพร้อมนำข้อเท็จจริงและหลักฐานเข้าสู่การตรวจสอบอย่างเป็นกลาง ด้วยมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกฝ่าย" ผอ.JIC กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงตัวเลข 501 เป้าหมายและความเสียหายกว่า 560 จุด พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ตัวเลขความเสียหายต้องได้รับการตรวจสอบ แต่ความเสียหายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถพิสูจน์เจตนาได้ จำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของการยิง ลำดับเหตุการณ์ การใช้พื้นที่ทางทหาร และเป้าหมายของการปฏิบัติทั้งหมด

ส่วนกรณีรายงานขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และสภาระหว่างประเทศด้านอนุสรณ์สถานและแหล่งโบราณคดี (ICOMOS) จะถือเป็นหลักฐานว่าไทยเป็นฝ่ายผิดหรือไม่นั้น ต้องแยกการประเมินความเสียหายออกจากการวินิจฉัยความรับผิดทางกฎหมาย การพบความเสียหายเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณา แต่การระบุว่าใครรับผิดหรือมีเจตนาอย่างไร ต้องอาศัยหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม

ผอ.JIC ย้ำว่า มรดกโลกต้องได้รับการคุ้มครองและต้องไม่ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร หากมีการเก็บอาวุธ วางกำลัง หรือยิงโจมตีทหารและพลเรือนไทยจากพื้นที่ดังกล่าว ไทยมีสิทธิป้องกันตนเองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ จึงขอให้ตรวจสอบ Full Timeline และหลักฐานของทุกฝ่ายด้วยมาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายไทยต้องการสื่อสารคือ การคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม การไม่ใช้พื้นที่มรดกโลกเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร การป้องกันตนเอง การคุ้มครองพลเรือน การตรวจสอบเหตุการณ์ตามลำดับเวลาทั้งหมด และการตรวจสอบโดยอิสระ เพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นกลาง

อ่านข่าว

จนท.เคลียร์พื้นที่ปะทะบนเทือกเขาตะเว พบผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 2 คน

ปปง. จ่อรับสำนวนคดี "อติโชติ" ลุยเช็กเส้นทางการเงินบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิ

ชง "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เข้า ครม. 22 ก.ย. คาดกระตุ้นท่องเที่ยว 2 หมื่นล้าน