วันนี้ (12 ก.ย.2569) นายธวัชชัย เรืองโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า จากกรณีมีข่าวโรงพยาบาลสันทราย จ.เชียงใหม่ ประสบปัญหายาบางรายการไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยบางส่วนได้รับยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง และต่อมามีการนำข้อมูลจากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารโรงพยาบาลไปเชื่อมโยงกับประเด็นงบประมาณของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า สปสช.ไม่มีงบประมาณหรือไม่มีเงินจ่ายค่าบริการให้โรงพยาบาลนั้น สปสช. ชี้แจงว่า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงด้านการจ่ายเงินของกองทุน
จากข้อมูลการจ่ายเงินระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2568 ถึงวันที่ 11 ก.ย.2569 สปสช.ได้โอนเงินค่าบริการสาธารณสุขให้โรงพยาบาลสันทรายแล้ว 241,008,010 ล้านบาท ครอบคลุมค่าบริการหลายรายการ เช่น บริการผู้ป่วยนอก บริการผู้ป่วยใน บริการกรณีเฉพาะ บริการทดแทนไต บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ บริการด้านเอชไอวี/เอดส์ และบริการระดับปฐมภูมิ สำหรับการดูแลประชาชนสิทธิบัตรทอง รวมถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) สำหรับคนไทยทุกสิทธิการรักษา
นอกจากนี้ ยังมีค่าบริการอีก 13,618,355 บาท อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการจ่ายและเตรียมโอนให้โรงพยาบาล ทั้งนี้ การจ่ายค่าบริการของ สปสช.เป็นการทยอยโอนตามรอบการประมวลผลของค่าบริการแต่ละประเภท โดยโอนเงินให้โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องหลายครั้งในแต่ละเดือน ล่าสุดโอนเมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569
นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการให้สัมภาษณ์ของผู้อำนวยการโรงพยาบาลสันทรายที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นการอธิบายสถานการณ์และปัญหาของโรงพยาบาล ไม่ได้ระบุว่า สปสช.ค้างจ่ายเงิน หรือระบุว่า สปสช.เป็นสาเหตุของปัญหายาไม่เพียงพอ แต่ภายหลังมีการนำข้อมูลบางส่วนไปเชื่อมโยงและขยายความ จนอาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นปัญหาจากการไม่มีงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ ได้ประสานกับโรงพยาบาลสันทรายแล้ว เพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งดำเนินการจ่ายค่าบริการที่อยู่ระหว่างกระบวนการ โดยย้ำว่าประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ต้องได้รับบริการและยาอย่างต่อเนื่องตามสิทธิ
อ่านข่าว :
ตำรวจอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว 2 จนท.DSI ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์ สกัดจับบุหรี่นอก-ยาสมุนไพร 25.7 ล้านบาท
แจง "อดีตครู" ผู้ต้องขังคดีอนาจารเด็ก เสียชีวิตที่ รพ.ราชทัณฑ์
