วันนี้ (11 ก.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำทีมกระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยระบุว่า คดีนี้ถือเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า หลายคนอาจเข้าใจว่าคดีสิ้นสุดแล้ว แต่ข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการดำเนินการขยายผลในทุกรูปแบบ ขณะที่ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเพิกถอนผู้ที่มีส่วนในการแก้ไขคะแนนออกจากตำแหน่ง
นายอนุทิน กล่าวว่า คดีนี้เริ่มต้นขึ้นจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง 7 หน่วยงาน ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ก่อนบูรณาการงานร่วมกัน โดยแต่ละหน่วยงานทำงานร่วมกันภายใต้กฎหมาย
จากการดำเนินงานร่วมกันทำให้สามารถอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้แล้ว จำนวน 320,860,765 บาท ขณะนี้สำนักงาน ปปง.อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และวิเคราะห์การเชื่อมโยงข้อมูลทางธุรการ การเงิน รวมถึงประสานข้อมูลพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลต่อไป
นายอนุทิน ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายปกป้องหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดหรืออยู่ในตำแหน่งใด โดยยึดหลัก "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" และหากพบเส้นทางการเงินไปถึงบุคคลใดจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่องและจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและระบบราชการ รวมทั้งคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่เข้าสอบด้วยความสามารถอย่างสุจริต
หลังจากนี้การดำเนินการจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ โดยมีการดำเนินคดีโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งหน้าที่ ที่อยู่ในส่วนกำกับดูแลเกี่ยวกับการทุจริตสอบ รวมถึงส่งเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งการดำเนินการถือว่ามีความคืบหน้า
สำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นสามารถจับผู้ต้องหาได้หลายราย และมีการขยายผลออกไปอย่างต่อเนื่อง และสามารถอายัดทรัพย์ได้ 320,860,765 บาท
นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มีอิทธิพลใดเข้ามาแทรกแซงหรือทำให้คดีเปลี่ยนแปลงไปในทางเอื้อหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันตาม MOU และแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแปลงคดีหรือทำให้คดีเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริง
ขณะที่ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน และได้รับความมือร่วมจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร้องขอมา รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ขอให้มั่นใจว่าเราเอาจริงเอาจังกับคดีเหล่านี้
อ่านข่าว
"ฤทธิรงค์ - น้องเมย" เหยื่อคดีอาญา บนเส้นทาง "ทวงคืน" ความยุติธรรมไทย
อุดช่องโหว่? ระบบ "บริหารจัดการเงิน-ทรัพย์สินของวัด"
ลุยตรวจสุสานบางคล้า พบ 4 ร่างไม่แจ้งทางการ เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์-สาเหตุเสียชีวิต
